คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง : ดำรง เป้าหมาย รุกไล่ ต่อ “ธรรมกาย” ผ่าน “จังหวัด”

คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง

ทำไมเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ทำไมเจ้าคณะภาค ทำไมเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ทำไมเจ้าคณะอำเภอคลองหลวง จึงเริ่มตกเป็น “เป้า”

จากกลุ่มที่ “รุกไล่” วัดพระธรรมกาย

อาจเป็นเพราะมีเสียงสำทับมาจาก “พระ” รูปหนึ่ง เรียกร้องให้กดดันผ่านพระสังฆาธิการเหล่านี้ เพื่อให้จัดการกับ พระไชยบูลย์ สุทธิผล และรวมถึง พระเผด็จ ทัตตชีโว

นั่นเท่ากับเป็น “คำชี้แนะ” อย่างสำคัญ

การเรียกร้องให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กดดันผ่านกระบวนการของมหาเถรสมาคม (มส.) จึงเริ่มขึ้น

เริ่มจากเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ตามมาด้วยเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ

ไล่กันไปเป็นเหมือน “ลูกระนาด”

ขณะเดียวกัน ท่าทีของวัดพระธรรมกายต่อคณะพระสังฆาธิการก็คือ พร้อมปฏิบัติตามหากมีคำสั่งมายังวัด

เห็นได้จากการงด “กิจกรรม” บริเวณตลาดกลาง

เห็นได้จากการงด “บทบาท” ของทีมงานโฆษกที่เคยออกโรงทำหน้าที่เหมือนที่ พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส หรือ พระมหานพพร ปุญญชโย เคยปฏิบัติ

คงเพียง “คำชี้แจง” สั้นกระชับจากสำนักสื่อสารองค์การ


ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงดแถลงข่าว ไม่ว่าจะเป็นการงดกิจกรรม หรือแม้กระทั่งการปฏิเสธเรื่องวัดพระธรรมกายนำเอาเงินบริจาคเข้าไปในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ยืนยันว่าปฏิบัติตามคำสั่ง เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ

ยิ่งกว่านั้น การเดินทางของเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ รวมถึงเจ้าคณะตำบล พร้อมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ก็สร้าง “ปรากฏการณ์” อันอาจสร้างความไม่พอใจ

เพราะว่าพระหลายรูปเมื่อเห็นคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายสวด “ธัมมจักกัปปวัตนสูตร” ก็ได้เข้าร่วมด้วยความศรัทธา

เช่นเดียวกับดีเอสไอ ตำรวจและทหารบางส่วน

ความจริง “ภาพ” เหล่านี้เป็นเรื่องดี เป็นเรื่องงดงาม สะท้อนลักษณะแห่งพุทธศาสนิกชนออกมาให้เป็นที่ประจักษ์

กระนั้น สำหรับบางคน บางฝ่ายกลับเป็นเรื่อง “แสลง”

เหตุนี้เองทำให้บางคน บางฝ่าย ยังคงดำรงความมุ่งหมายของตนอย่างมั่นแน่วโดยไม่ประนีประนอมแม้แต่นิดเดียว

ความมุ่งหมายก็คือ จะต้อง “สึก” ให้จงได้

การดำรงอยู่ของ พระไชยบูลย์ สุทธิผล การดำรงอยู่ของ พระเผด็จ ทัตตชีโว จึงสร้างความหงุดหงิดให้เป็นอย่างสูง

จำเป็นต้องกดดันผ่าน เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ