ตามฤดูกาลปกติ ทุกเดือนตุลาคม จะถือว่าเป็นปลายฝนต้นหนาว พอเข้าพฤศจิกายนก็เริ่มหนาวเย็น แต่ปีนี้เป็นอย่างไร พายุยังโถมถล่มในต้นเดือนพฤศจิกายน โดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

2-3 เดือนมานี้ มีพายุเข้ามาเยือนหลายลูก โดยลูกล่าสุดพายุดีเปรสชัน “คัลแมกี” บุกเข้าประเทศไทยเต็มๆ ทางภาคอีสาน!

ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักถึง 24 จังหวัดในภาคอีสานและภาคเหนือ รวมทั้งภาคกลาง กทม.เองก็โดนด้วย

พายุคัลแมกี คงยิ่งทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ยิ่งท่วมหนักมากขึ้น

ที่ผ่านมา มีปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคเหนือและภาคกลาง

อ่างทอง ชัยนาท ปทุมธานี นนทบุรี โดนกันหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยุธยา หลายพื้นที่น้ำท่วมมิดหลังคาบ้านมา 3-4 เดือนแล้ว!!

ไม่กี่วันก่อน ชาวบ้านอยุธยาถึงกับฮือออกมาปิดสี่แยกกลางถนน เพราะทนกับสภาพน้ำท่วมขังยาวนานไม่ไหวแล้ว

เจอคัลแมกีเข้ามาถล่มล่าสุด ยิ่งน่าเป็นห่วง

รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ต้องไม่ลืมว่า ไม่เพียงแค่ปัญหาการเมือง การยุบสภา การแก้รัฐธรรมนูญ

หรือไม่ใช่แค่ปัญหาชายแดนกัมพูชา ปัญหาแก๊งสแกมเมอร์

แต่ปัญหาน้ำท่วมที่หนักหนาสาหัสหลายพื้นที่ ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบประชาชนเช่นกัน!!

โดยเฉพาะสภาพน้ำท่วมในภาคกลาง จมอยุธยามา 3-4 เดือน เป็นความทุกข์ยากของประชาชนอย่างน่าเห็นใจ

เฉพาะหน้าจะเร่งหาทางระบายน้ำออกไปได้อย่างไร ต้องไม่ใช่แค่การแก้โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบตามลำพังเท่านั้น

คงต้องเป็นมาตรการระดับชาติ หาทางบรรเทาทุกข์ให้ชาวบ้านโดยด่วน!

ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่มีสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้ฝนตกหนัก ทั้งปรากฏการณ์ลานีญา เอลนีโญ ส่งผลกระทบรุนแรง

ที่ทำให้ประชาชนคนไทยยากลำบาก เพราะเราไม่มีรัฐบาลที่ทำหน้าที่ได้ต่อเนื่อง โดนเกมการเมือง โดนอำนาจล้นฟ้าขององค์กรอิสระ

รัฐบาลและนายกฯ เปลี่ยนเป็นว่าเล่น

รัฐบาลอนุทินก็มาแบบเฉพาะกาล ทำภารกิจหลักๆ ทางการเมือง ไม่มีเวลาจะแก้ปัญหาด้านอื่นได้อย่างเป็นชิ้นเป็นอัน

ดังนั้นปัญหาใหญ่ที่ควรจะต้องแก้อย่างเป็นระบบ คือ ฟ้าฝนและน้ำท่วม กลับไม่มีรัฐบาลที่อยู่ยาวนานพอ เพื่อลงทุนด้านนี้!?

ถ้าเลือกตั้งในต้นปีหน้า ตั้งรัฐบาลเสร็จ ก็จ้องทำลายล้างกันอีก ก็คงไม่มีแผนงานจัดการเรื่องน้ำท่วม ภัยแล้ง อย่างเป็นระบบเกิดขึ้น

การเมืองที่ไร้เสถียรภาพ ส่งผลถึงปัญหาพื้นฐานของประชาชนอย่างแท้จริง!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน