ภายในวันเดียว มีข่าวร้ายถึง 2 คดีซ้อน ที่กระหน่ำซ้ำใส่นายทักษิณ ชินวัตร ทั้งที่ต้องสิ้นอิสรภาพอยู่ในเรือนจำ จะเป็นเรื่องความบังเอิญของกระบวนการยุติธรรม หรือเป็นเพราะกระบวนการอะไร

กลายเป็นหัวข้อใหญ่ในการถกเถียงของผู้คนในสังคม

เช้ามีข่าวอัยการสูงสุด “พลิกกลับ” มติของคณะกรรมการที่เคยไม่ให้อุทธรณ์คดี 112 เปลี่ยนเป็นสั่งให้อุทธรณ์ มาช่วงเย็นมีข่าวศาลฎีกา มี “คำพิพากษากลับ” ให้เรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ป 1.76 หมื่นล้านบาท

ทั้งอัยการสูงสุด “กลับมติ” ทั้งศาลฎีกา “พิพากษากลับ”

เจอแบบนี้ ก็ดังที่ลูกชายและลูกสาวเล่าให้นักข่าวฟังหลังเข้าเยี่ยมว่า ทักษิณรู้สึกเสียใจและเจ็บช้ำ

แต่ก็ยืนยันว่าต้องสู้ต่อไป เพราะยังไม่ได้ความยุติธรรม!

ขณะที่ตัวต้องอยู่ในเรือนจำ แล้วมาโดนซ้ำใส่ 2 คดีซ้อนแบบนี้ ถ้าไปฟังความคิดของคนในสังคม

มีทั้งสะใจเพราะเกลียดชังทักษิณสุดๆ อยู่แล้ว หรือคนที่สะใจเพราะการตัดสินใจของเพื่อไทยที่พลิกขั้วในการตั้งรัฐบาลปี 2566

ทำนองว่าไปประนีประนอมแล้วกลับยิ่งโดนกระทำ จึงควรสมน้ำหน้ามากกว่า!?

แต่ถ้ามองอีกมุม ดังที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ชี้ว่าเป็นแผนสกัดไม่ให้ออกจากคุกก่อนการเลือกตั้ง

พร้อมบทสรุปว่า เป็นเรื่องโหดร้ายของประเทศไทย เอาอิสรภาพของคนมาจำกัดเพราะอำนาจการเมือง!!

รวมไปถึงกองเชียร์ของเพื่อไทย ที่พยายามตอกย้ำให้ทั้งสังคมเห็นว่า ทักษิณตกเป็นฝ่ายถูกกระทำอีกครั้ง โดนกระทำโดยฝ่ายอำนาจอนุรักษนิยมการเมืองไทย

ในมุมนี้คงพยายามทำให้ข่าวร้ายของทักษิณ ที่โดนคดีใหญ่ถึง 2 คดีซ้อนทั้งที่อยู่ในคุก ให้กลายเป็นการถูกกระทำจากกลุ่มอำนาจ

เพื่อนำไปสู่ความเห็นอกเห็นใจ แปรเป็นคะแนนเสียงสำหรับเพื่อไทยในการเลือกตั้งต้นปีหน้า

อย่างที่รู้กัน เรื่องนี้มีทั้งด้านบวกและด้านลบสำหรับทักษิณ

ฝ่ายที่ไม่ต้องการให้ออกจากเรือนจำได้เร็ว เกรงว่าถ้าติดคุกครบกำหนด 1 ใน 3 พอต้นปีหน้าคงได้พักโทษ ก็เลยเพิ่มคดีเพื่อสกัดพักโทษ

ถ้าเป็นดังที่นายชูวิทย์มองคือ ต้องการสกัดไม่ให้ออกจากคุก ไม่ให้ออกมาช่วยหาเสียงในการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2569

ฝ่ายกระทำคงต้องการให้เพื่อไทยหมดพลังหาเสียงและทำให้สส.เก่าโดดหนีไปพรรคอื่น!

แต่ในทางกลับกัน ถ้าเพื่อไทยพลิกเกม ทำให้เห็นว่าทักษิณโดนกระทำโดยฝ่ายอนุรักษนิยมการเมือง

เอามาตอกย้ำ บ่งบอกว่าเพื่อไทยไม่ใช่อนุรักษนิยมการเมือง

มุมนี้น่าคิดว่า จะกลับมาเป็นพรรคเสรีประชาธิปไตยเพื่อกวาดฐานเสียงเดิมได้หรือไม่ ต้องจับตามองกันต่อไป!?

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน