ขณะที่ความทุกข์ยากของประชาชนชาวหาดใหญ่ สงขลา และอีกหลายจังหวัดใกล้เคียงในภาคใต้ จากภัยน้ำท่วมหนักหน่วง ยังคงส่งผลเสียหายร้ายแรง ต้องใช้เวลาแก้ไขฟื้นฟูอีกยาวนานไม่น้อย
แต่หลายคนอาจจะลืมไปแล้วว่า ก่อนหน้านี้ หลายจังหวัดในภาคกลางโดนน้ำท่วมรุนแรงไม่น้อย แล้วหลายพื้นที่ก็ยังจมน้ำอยู่ทุกวันนี้ จมมา 4-5 เดือนแล้ว!
ทุ่งนาข้าวในพื้นที่ภาคกลาง ตลอดแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา กลายเป็นพื้นที่รองรับน้ำ นับจากเหตุการณ์น้ำเหนือจำนวนมากไหลบ่าลงมายังแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่กรกฎาคม สิงหาคม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระนครศรีอยุธยา มีน้ำไหลทะลักเข้าท่วมจมหลายอำเภอ ไปจนถึงอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ยันสุพรรณบุรี
จนกระทั่งวันสองวันที่ผ่านมา คนอยุธยาเริ่มออกมาร้องถามว่า รัฐบาลลืมไปหรือยังว่า ตั้งแต่กรกฎาคมที่ผ่านมา มีน้ำท่วมหลายอำเภอของอยุธยาและจังหวัดภาคกลาง
ขณะนี้ 4 เดือน จวนจะเข้า 5 เดือนแล้ว ความทุกข์ของคนภาคกลาง จะได้รับการแก้ไขเมื่อไหร่!?
อันที่จริงหลังจากสถานการณ์ฝนตกในภาคเหนือและการไหลลงมาของปริมาณน้ำเหนือ เริ่มคลี่คลายลงไป
ช่วงนี้ภาคเหนือเข้าสู่ฤดูหนาวเต็มตัวแล้ว เริ่มเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวรับอากาศหนาวเย็นและความงามของธรรมชาติ
เมื่อไม่มีน้ำเหนือลงมา จึงสามารถระบายน้ำออกจากทุ่งในพื้นที่ภาคกลาง 2 ริมฝั่งเจ้าพระยาได้แล้ว
แต่ก็น่าคิดว่า ทำไมยังล่าช้าอยู่ หรือเพราะรัฐบาลระดมกำลังไปแก้ไขวิกฤตมหาอุทกภัยที่หาดใหญ่และภาคใต้
ดังนั้นควรจะต้องจัดแบ่งกำลังมาแก้ไขปัญหาให้คนภาคกลาง ให้พ้นจากภาวะน้ำท่วมขังอันยาวนานเสียที!!
จากข้อมูลคาดว่า การระบายน้ำออกจากทุ่งต่างๆ ของภาคกลาง คงเริ่มภายในเดือนนี้
หวังว่าจะแห้งเหือดเสียทีในกลางเดือนธันวาคม
แต่ที่น่าห่วงใยและเป็นข้อควรระวัง ก็คือ น้ำจำนวนมากที่จะระบายออกจากพื้นที่ท่วมขังของภาคกลางนั้น
มีสภาพเน่าเสียรุนแรงทั้งสิ้น!?!
เพราะท่วมขังไม่เคลื่อนไหว 4-5 เดือน จึงเป็นน้ำเน่าที่ประมาทไม่ได้
เป็นคำเตือนถึงจังหวัดอื่นๆ ในพื้นที่ปลายน้ำเจ้าพระยา
ช่วงระยะนี้ไปจนถึงกลางเดือนธันวาคม ปริมาณน้ำมหาศาลจากทุ่งในภาคกลางจะเริ่มระบายลงเจ้าพระยา
ต้องระวัง สภาพน้ำที่เน่าเสียและน่าจะเต็มไปด้วยเชื้อโรค
ผู้ใช้น้ำอุปโภคบริโภค เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ปลายน้ำเจ้าพระยา โปรดทราบ
ตลอดครึ่งเดือนธันวาคมนี้ ต้องระมัดระวังสภาพน้ำเจ้าพระยาด้วย!
วงค์ ตาวัน