ผลกระทบต่อพรรคประชาชน หลังเหตุการณ์ยุบสภาเร่งด่วน ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญล่มสลาย เท่ากับว่า MOA ที่สนับสนุนภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลนั้น ทำให้พรรคสีน้ำเงินได้อะไรต่อมิอะไรไปแทบทุกอย่าง แต่พรรคส้มไม่ได้อะไรเลย
นำมาสู่หัวข้อสนทนาทางการเมือง ว่าด้วยเรื่องการหักหลัง การฉีกสัญญา การเสียรู้ไร้เดียงสา การโดนหลอก!
ทำให้น่าคิดว่า จะมีผลสะเทือนตามมาต่อพรรคประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้าเช่นไร บวกมากขึ้นหรือว่าติดลบ
เพราะอันที่จริง ตอนที่พรรคประชาชนเลือกจับมือกับภูมิใจไทย เพื่อให้ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็มีทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงค้าน
เสียงค้านจากนักคิด นักวิชาการ ผู้นำภาคประชาชนเอง ซึ่งเป็นแนวร่วมของพรรคส้ม ก็มีมากมาย
เมื่อ MOA เพื่อแก้รัฐธรรมนูญล้มคว่ำ ยิ่งทำให้ต้องตอบคำถามว่าเป็นดีลที่ผิดพลาดใช่หรือไม่!?
คงมีส่วนสำคัญ ที่ทำให้แกนนำพรรคส้มทุกรุ่น ต้องมารวมตัวกันในงานปิกนิกขอโทษประชาชน
ขอโทษที่การแก้รัฐธรรมนูญทำไม่สำเร็จ และปลุกเร้าให้ช่วยกันเลือกพรรคส้มเพื่อเป็นรัฐบาลพรรคเดียวในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
แต่ก็มีคำถามตามมาจากคนในแวดวงเดียวกันว่ามีความแตกต่างกัน ระหว่างขอโทษที่ทำผิดพลาด กับขอโทษที่ทำไม่สำเร็จ!?
คงจะทวงถามว่า ขอโทษที่แก้รัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ แต่ไม่ขอโทษเรื่องการตัดสินใจที่ผิดพลาดหรือ
เหล่านี้คงเป็นประเด็นที่พรรคประชาชนจะต้องเตรียมรับมือให้ดี จะเกิดกระแสทำนองนี้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งอย่างแน่ๆ!!
ไม่เท่านั้น ที่น่าคิดอีกอย่างจากเหตุการณ์ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจบเห่ พร้อมกับการยุบสภาก่อนวันเวลาตาม MOA
ทำให้ได้บทสรุปว่า มีสัญญาณแรงที่ไม่ยอมให้แตะต้องรัฐธรรมนูญปี 2560
พรรคภูมิใจไทยและสว.สายสีน้ำเงิน แสดงบทพิทักษ์รัฐธรรมนูญนี้ในที่ประชุมสภาอย่างชัดเจน จนทำให้แตกหักกับพรรคประชาชนและฝ่ายค้าน
ขั้วอนุรักษนิยมการเมือง ที่มีรัฐบาลภูมิใจไทยเป็นตัวแทน เปิดหน้าชน เพื่อปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับนี้เต็มที่!!
ดังนั้นกลเกมต่อไปที่น่าห่วงใยในพรรคสีส้ม ที่ชูภารกิจแก้รัฐธรรมนูญ
หลังจาก MOA โดนฉีก จะมีอะไรตามมาอีกหรือไม่
ทุกฝ่ายจึงต้องจับตาคดี 44 สส.ก้าวไกล ในข้อหามาตรฐานจริยธรรม จากการเสนอแก้ 112 ซึ่งเป็นคดีตามมา หลังจากพรรคก้าวไกลโดนยุบ!
ป.ป.ช.กำลังสรุปเพื่อส่งศาลฎีกาในเดือนนี้ จะได้รู้ว่าฟ้องทั้งหมด หรือฟ้องไม่ทุกคน
เป็นอีกคดีที่จะส่งผลต่อพรรคประชาชนในสนามเลือกตั้งต้นปีหน้า
แวดวงการเมืองกำลังห่วงกันว่า จะเป็นดาบสองที่ตามมาหรือไม่!?!
วงค์ ตาวัน