มีข้อสังเกตที่ชัดเจนว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา แทบทุกพรรคการเมืองเดินเครื่องหาเสียงอย่างเต็มกำลัง เพราะมีเวลาเหลืออีกแค่เดือนเดียว ก็จะถึงวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์แล้ว
ขณะที่พรรคเพื่อไทย นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ อันดับ 1 รวมทั้งนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ เดินหน้าเข้าหาชาวบ้านในพื้นที่ต่างๆ!
เพื่อเร่งเก็บคะแนน สู้กับกระแสวิจารณ์ที่มองว่า ไม่ใช่เต็ง 1
ซึ่งเอาเข้าจริงๆ กระแสอาจารย์เชน ถือว่ามาแรงมากๆ
ช่วยให้คะแนนนิยมเพื่อไทยพุ่งกระฉูดอย่างน่าจับตา
ไปๆ มาๆ ถึงตอนนี้ กระแสระหว่างพรรคที่ 1-2-3 ระหว่างส้ม-น้ำเงิน-แดง เริ่มใกล้เคียงกัน เบียดแซงกันสุดสูสี!!
ส่วนพรรคประชาชน ที่เชื่อกันว่า มาแรงที่สุด แต่ก็มีข้อสงสัยกันว่า ยุค เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ น่าจะลดมนต์เสน่ห์ลง เมื่อเทียบกับยุค ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
ยังแรง แต่ก็ลดระดับลง อาจจะไม่เปรี้ยงปร้างเท่าผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ยุคพิธานำทัพก็เป็นได้
กระนั้นก็ตาม เชื่อว่าพรรคส้ม ยังครองความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ได้มากโข!
เพียงแต่ก็มีประเด็นสะดุด จากเอ็มโอเอกับพรรคภูมิใจไทย เหมือนการใส่พานมอบทุกอย่างให้พรรคตัวแทนอนุรักษนิยม จนทำให้ฝ่ายขวาได้เปรียบอย่างสูงในการเลือกตั้งครั้งนี้
สีน้ำเงินกลายเป็นศูนย์รวมบ้านใหญ่ พร้อมด้วยระบบจัดตั้งในวันเข้าคูหากาคะแนน ไม่สนกระแสเพราะหนักกระสุน มีกลไกอำนาจเต็มมือ!!
พร้อมๆ กันจะเห็นได้ว่า ขณะที่ดร.เชน และเท้ง เดินหน้าลงพื้นที่ เข้าหาประชาชน
แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ใช้เวลาในช่วงปีใหม่ เข้าหาทหารในพื้นที่ชายแดนกัมพูชา
เสี่ยหนูโหนชาตินิยมสุดๆ สมกับความเป็นพรรคตัวแทนฝ่ายอนุรักษนิยมการเมือง!!
ว่าไปแล้ว พรรคภูมิใจไทยคงมั่นใจในสนามชิงสส.แบบแบ่งเขต แต่ที่ต้องเร่งคือคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งน่าจะตามหลังพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยอย่างมาก
ก่อนหน้านี้พยายามเอา 2 รัฐมนตรีเศรษฐกิจ มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่ไม่สำเร็จ ทำให้ความหวังได้แต้มปาร์ตี้ลิสต์จากชนชั้นกลางเลือนหายไป
ตอนนี้ก็เลยต้องหันมาเล่นบทถนัด คือมุ่งคะแนนพรรคจากกระแสชาตินิยม จากเครือข่ายอนุรักษนิยมการเมือง
เป็นอันชัดเจนว่า พรรคส้มและพรรคแดงนั้น อยู่บนฐานมวลชนฝ่ายเสรีนิยม ฝ่ายประชาธิปไตย ส่วนพรรคน้ำเงินคือฝ่ายอนุรักษนิยม
ที่น่าสนใจคือ ย้อนไปดูการเลือกตั้งนับตั้งแต่เริ่มใช้รัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งทำให้ประชาชนตื่นตัว เห็นนโยบายพรรคการเมืองเป็นประโยชน์ใกล้ตัวจริงๆ!
ทำให้ประชาชนมีมุมมองต่อการเลือกตั้งใหม่ๆ ทำให้พรรคที่มีนโยบายเข้าถึงชาวบ้านได้จริง ได้รับคะแนนจากประชาชนล้นหลาม คือ พรรคไทยรักไทย
นับจากนั้นมา ประชาชนส่วนใหญ่เลือกพรรคการเมืองแนวใหม่ แนวเสรีนิยม มากกว่าพรรคแนวอนุรักษนิยมในทุกครั้งของการเลือกตั้ง!!
วงค์ ตาวัน