ยังเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำเพื่อไทย และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ พ้นผิดจากข้อกล่าวหาของสว.

โดยมีมติว่า นายภูมิธรรม อดีตรองนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ และพ.ต.อ.ทวี อดีตรมว.ยุติธรรม และรองประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ ไม่ได้ใช้อำนาจสั่งการ แทรกแซงการตรวจสอบคดีฮั้วสว.

การทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นไปตามอำนาจหน้าที่และตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่ได้แทรกแซงอำนาจการสอบสวนของกกต.แต่อย่างใด

แน่นอนว่าศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาไปตามพยานหลักฐาน ภายใต้การยื่นร้องของกลุ่มสว.

แต่ผลที่ตามมาในทางการเมือง เนื่องจากเป็นช่วงเข้าโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งสส.ทั่วประเทศ มีผลคลี่คลายบรรยากาศทางการเมืองให้กับพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชาติ

แถมยังมีผลตอกย้ำให้ชาวบ้านได้รับรู้ว่า คดีฮั้วสว. ยังอยู่ ยังโดนชะลอ และยังไปต่อได้ เชื่อมโยงกับการตัดสินใจในวันเดินเข้าคูหาด้วย!!

อีกทั้งพอพูดถึงฮั้วสว. มีผลโดยอัตโนมัติให้ชาวบ้านได้คิดถึงคดีเขากระโดงไปพร้อมๆ กัน

เพราะตัวละครเกี่ยวข้องกันโดยตรง

*เมื่อคดีฮั้วสว.กลับมาเป็นข่าวใหญ่ โดยนายภูมิธรรมและพ.ต.อ.ทวีรอดพ้นข้อกล่าวหา ย่อมทำให้ชาวบ้านรู้สึกนึกคิดในทันทีว่า คดีนี้ควรจะต้องเดินหน้าต่อไปให้ถึงที่สุด!!*

เช่นเดียวกับคดีเขากระโดง ซึ่งเป็นอีกเรื่องใหญ่มากๆ

เป็น 2 คดีที่ทุกคนรู้ดีว่า เดินหน้าในยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทยก่อนหน้านี้ และชะงักงันทันที เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการเมือง เมื่อรัฐบาลเพื่อไทยพ้นจากอำนาจ!?!

ย้อนไปเมื่อปลายสิงหาคมต่อต้นกันยายน 2568 เมื่อน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ต้องหลุดจากตำแหน่ง และเกิดการพลิกอำนาจการเมือง

เมื่อพรรคประชาชน โหวตหนุนให้ภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาล ทั้งที่เป็นพรรค 69 เสียงแท้ๆ

การเปลี่ยนขั้วรัฐบาล ส่งผลตามมามากมายมหาศาล จนกลายเป็นปมที่ทำให้เกิดข้อวิจารณ์อย่างรุนแรงต่อแนวคิดพลิกการเมืองดังกล่าว

แค่คดีฮั้วสว. คดีเขากระโดง ซึ่งค้างคาใจชาวบ้าน ก็มีผลให้สะดุดหยุดนิ่งไปทันที!

แต่เมื่อเกิดประเด็นการตัดสินคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ทั้งสังคมได้รับรู้ว่า คดีฮั้วสว.ที่เดินหน้าในรัฐบาลเพื่อไทยนั้น ดำเนินไปตามข้อกฎหมายทุกประการ

แม้วันนี้จะสะดุดไป แต่เป็นที่ยืนยันแล้วว่า สามารถดำเนินคดีต่อไปได้

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นบรรทัดฐานว่า ที่ดีเอสไอเข้ามาทำคดีในส่วนที่เป็นคดีอาญา ว่าด้วยการฟอกเงิน อั้งยี่ อยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ สามารถทำได้

พร้อมๆ กัน สายตาของคนทั่วสังคมก็จับจ้องไปถึงกกต. ที่รวบรวมสำนวนพยานหลักฐานเอาไว้มากมายนั้น ทำไมยังนิ่งเฉยอยู่ ผิดปกติมากๆ หรือไม่!?!

แน่นอนว่า คงต้องรอดูผลการเลือกตั้งว่า ใครจะมาเป็นรัฐบาล ซึ่งจะมีผลต่อคดีฮั้วสว. และคดีเขากระโดงด้วย

นี่จะเป็นอีกประเด็นที่มีส่วนในการตัดสินใจของชาวบ้าน ในวันเดินเข้าคูหา 8 กุมภาพันธ์!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน