ฐานเสียงมวลชนของพรรคเพื่อไทยที่มีมาตลอด ก็คือ ขบวนการคนเสื้อแดง ขบวนการมวลชนคนรากหญ้าที่ต่อสู้ทางการเมืองเพื่อสิทธิเสียงประชาธิปไตย ในท่ามกลางห่ากระสุน การปราบปราม
หลายปีหลัง มักมีคำกล่าวว่า เสื้อแดงแตกสลายแล้วตามกาลเวลาและผิดหวังในเพื่อไทย ที่ไปร่วมมืออำนาจอนุรักษนิยม
มาในการเลือกตั้งปี 2569 นี้ น่าสนใจว่า มีความพยายามฟื้นพลังขบวนการเสื้อแดงให้กลับมาคึกคักอีกหน!?
โดยมี ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. เป็นผู้มีบทบาทหลักบนเวทีหาเสียงของเพื่อไทย ทั้งลีลาปราศรัยที่ถูกใจมวลชนคนฟัง
รวมทั้งหวังปลุกพลังเสื้อแดงให้ฟื้นคืนชีพอีกด้วย!!
คงหวังให้คนเสื้อแดงกลับมาเป็นพลังสำคัญในการเลือกตั้ง เพื่อสนับสนุนพรรคเพื่อไทย
หวังรื้อฟื้นความทรงจำที่ว่า เป็นพรรคที่ทำให้การเมืองประชาธิปไตยมีนโยบายที่ชาวบ้านกินได้ ตอบสนองต่อชีวิตความเป็นอยู่จริงๆ ได้
ในอดีตก็คือพรรคไทยรักไทยที่มีทักษิณ ชินวัตร เป็นสัญลักษณ์
เป็นการเมืองใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2540 ที่เปิดกว้างประชาธิปไตย ส่งเสริมระบบพรรคการเมืองให้แข็งแกร่ง!
ทั้งด้วยประชาธิปไตยกินได้นี่เอง ทำให้ประชาชนคนเดินดิน ตื่นตัวทางการเมืองอย่างมาก
เริ่มตระหนักว่า การใช้สิทธิเลือกตั้ง จะได้รัฐบาลที่มีนโยบายสร้างเศรษฐกิจเพื่อปากท้อง!!
ทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งกว่า 20 ปีมานี้ คึกคักขึ้นมามากๆ
ในแง่เศรษฐกิจปากท้อง สะท้อนได้ว่า คนไทยต้องการรัฐบาลที่สามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้รวดเร็ว
ในแง่การเมือง ต้องการรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ พัฒนาประเทศไปได้อย่างรุดหน้า
ความพยายามฟื้นคนเสื้อแดงกลับคืนมา ก็เพื่อให้เพื่อไทยชนะเลือกตั้งเป็นรัฐบาลให้ได้ โดยมีนโยบายเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับปากท้องเป็นแรงจูงใจ!
ในเวทีปราศรัยที่อุดรธานี เพื่อไทยประกาศทำให้กลับมาเป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดงและเพื่อไทยให้ได้
นอกจากจะมีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นหลักในการปราศรัยปลุกเสื้อแดงแล้ว
บนเวทียังมี ขวัญชัย ไพรพนา ผู้นำเสื้อแดงแห่งอีสาน ขึ้นมานั่งเป็นสัญลักษณ์อีกด้วย!
แน่นอนว่า จากการถูกลอบยิงด้วยมือปืนสีเขียวเอ็ม 16 จนทำให้ขวัญชัย ไพรพนา บาดเจ็บสาหัส สภาพร่างกายไม่เต็มร้อย
แต่ก็รวบรวมพลังร่างกายขึ้นมานั่งบนเวที หวังปลุกชาวเสื้อแดงให้กลับมาเป็นพลังสำคัญในวันเลือกตั้งให้ได้
ต้องจับตาดูกันต่อไป ว่าเสื้อแดงฟื้นพลังมาได้หรือไม่ และจะช่วยเพื่อไทยให้ได้ชัยชนะในการ เลือกตั้งได้ไหม!!
วงค์ ตาวัน