แม้ว่าจะกะเก็งกันมาระยะหนึ่งแล้ว มีแนวโน้มที่สหรัฐและอิสราเอลจะเปิดศึกสงครามกับอิหร่าน แต่พอเปิดฉากถล่มกันจริงๆ ทั้งโลกก็แทบจะรับมือกันไม่ทัน เนื่องจากผลกระทบที่ตามมารุนแรงอย่างทั่วทุกด้าน
ในอิหร่านเสียหายย่อยยับ ไปจนถึงผู้นำสูงสุดและผู้นำหลายระดับเสียชีวิตหลายราย
ฝ่ายอิหร่านก็ยิงตอบโต้ไปยังอิสราเอลและประเทศตะวันออกกลางหลายชาติ ที่มีฐานทัพของสหรัฐตั้งอยู่ เรียกว่าเสียหายกันไปทั่ว!!
คราวนี้บานปลายไปอีกหลายอย่าง ทั้งราคาน้ำมันที่คงพุ่งทะยาน พลังงานต่างๆ ราคาทอง
เส้นทางการบินพาณิชย์ต้องปรับเปลี่ยน หลายประเทศต้องปิดสนามบิน ทำให้คนตกค้าง
รวมทั้งแรงงานไทยในพื้นที่สมรภูมิ นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ไปทัวร์ในดินแดนที่โดนยิงถล่ม ต้องโดนกักในโรงแรมที่พัก นอนฟังเสียงระเบิด!
ยังไม่รู้ว่าศึกสงครามครั้งนี้ จะลุกลามไปมากกว่านี้ หรือจะยืดเยื้อไปอีกเท่าไหร่
ดังนั้นทั้งโลกรวมทั้งบ้านเรา ต้องเตรียมรับผลกระทบให้ดี
อาจต้องเริ่มมาตรการประหยัดพลังงานกันแล้ว ทั้งน้ำมัน ไฟฟ้าตามสถานที่ราชการ อาคารใหญ่ ไปจนถึงที่พักอาศัย!?!
ด้านเศรษฐกิจทั่วโลกคงชะงักงัน กระทบถึงปัญหาปากท้องในบ้านเราแน่นอน
สถานการณ์ที่ทั้งโลกและคนไทยเราต้องได้รับผลจากสงครามครั้งนี้ น่าจะช่วยให้ทุกคนตระหนักว่าสันติภาพย่อมดีกว่าสงคราม!!
เริ่มหันมาพูดกันถึงอารมณ์ความรู้สึกของคนไทย จากปัญหาขัดแย้งชายแดนกัมพูชา
แน่นอนว่าคนไทยส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความรู้สึกรักชาติ สนับสนุนกองทัพไทยรุกรบบดขยี้กัมพูชา
แต่ถึงเวลานี้ อาจจะได้ทบทวนกัน ถึงคำว่าสงครามหรือสันติภาพ!?!
จริงอยู่การปะทะกันตามชายแดนไทย-กัมพูชานั้น ต่างไปจากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน
เป็นสงครามคนละระดับกัน ที่รบกันตอนนี้อภิมหาสงครามของจริง
ส่วนของเราขอบเขตเพียงแค่ชายแดน และเป้าหมายคือการเข้าควบคุมพื้นที่อธิปไตยของไทย ผลักดันเขมรให้ถอยออกไป ไม่ถึงกับเป็นสงครามที่บุกถล่มไปถึงภายในดินแดนของแต่ละประเทศ
แต่เพียงแค่นี้เราก็ได้เห็นความสูญเสียต่อทรัพย์สินและชีวิตของประชาชน เมื่อฝ่ายเขมรยิงใส่พื้นที่พลเรือนด้วย เช่น เหตุรุนแรงที่ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ โรงพยาบาล บ้านเรือนชาวบ้าน
ทุกวันนี้ยังต้องเก็บกู้ระเบิดที่หลงเหลืออยู่
สงครามถ้าจำเป็น ก็ควรจะรบกันพอประมาณ ไม่ต้องไปเชียร์ไปเร้ากันให้ลุกลาม
ถึงอย่างไรสันติภาพ และวิถีการเจรจาแก้ความขัดแย้งย่อมดีกว่า!!
วงค์ ตาวัน