เมื่อสภาโหวตเห็นชอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการตั้งครม.เพื่อเข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งจะเป็นรัฐบาลผสม 2 พรรคหลัก และภูมิใจไทยดูแลกระทรวงด้านเศรษฐกิจเองทั้งหมด
โดยมีวิกฤตน้ำมันรออยู่เบื้องหน้า ซึ่งจำเป็นต้องเร่งให้มีรัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ไขปัญหา ซึ่งกระทบต่อชีวิตประชาชนอย่างหนัก!
ภาพความไม่ปกติตามปั๊มน้ำมันต่างๆ ทั้งรถต่อคิวยาวเหยียด เติมเต็มถังไม่ได้ ต้องจำกัดปริมาณ หนักกว่านั้นคือไม่มีให้เติม
ส่งผลต่อไปถึงราคาสินค้าเริ่มแพงขึ้นหลายชนิด กระทบค่าครองชีพเป็นลำดับ
วันนี้ชาวบ้านต้องกินอยู่ลำบาก ทั้งเริ่มกังวลว่า ถ้าสงครามไม่จบ จะหนักหนาสาหัสไปกว่านี้อีกหลายเท่า
การเดินทางไปไหนมาไหน เริ่มไม่สะดวก เพราะขับรถราโดยไม่รู้ว่าจะมีน้ำมันเติมระหว่างทางหรือไม่ จึงต้องพึ่งรถสาธารณะที่ไม่มีความพร้อม!!
เอาเป็นว่าเมื่อได้นายกฯ แล้ว คงได้รัฐบาลมาแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เร็ว
คาดกันว่า จะได้ครม.มาทำงานก่อนสงกรานต์ที่จะถึงนี้
ว่าไปแล้วก็น่าห่วงมากว่า เทศกาลสงกรานต์ เทศกาลใหญ่ของคนไทยในปีนี้ จะเป็นไปด้วยบรรยากาศเช่นไร!??
ถ้าน้ำมันยังวิกฤต สินค้ายังแพง จะเป็นปีใหม่ไทยที่ไร้ความสุขสนุกสนาน
แม้แต่การเดินทางกลับบ้าน ไปรดน้ำดำหัวพ่อแม่ ก็คงลำบาก!!
แต่อันที่จริง ไม่ควรต้องรอครม.ชุดใหม่ก็ได้ เพราะรัฐบาลที่ทำหน้าที่รักษาการขณะนี้ก็คือ เป็นรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย
ทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ทั้งคลัง พาณิชย์ คมนาคม ล้วนเป็นของภูมิใจไทย ทำงานอยู่แล้วในทุกวันนี้
คงต้องเร่งแผนงาน เพื่อคลี่คลายปัญหาให้ได้โดยเร็ว
อย่าปล่อยให้ชีวิตประชาชนคนไทยขลุกขลัก ไปไหนมาไหนยากลำบาก ในช่วงสงกรานต์เลย!?
จะเห็นได้ว่า การอภิปรายของฝ่ายค้านในวันประชุมสภาโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกฯ อีกสมัยนั้น
ได้หยิบประเด็นวิกฤตน้ำมันมาใช้ประกอบในการอภิปรายคุณสมบัตินายกฯ อนุทิน ตั้งข้อสงสัยว่าวิกฤตน้ำมันที่ทำชาวบ้านเดือดร้อนทั่วบ้านทั่วเมือง
น่าจะมีประเด็นบริหารผิดพลาด ทุจริต มีกลุ่มทุนได้ประโยชน์จากการกักตุนน้ำมัน
พูดง่ายๆ ว่า เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลอนุทินในชุดนี้อยู่แล้ว ไม่ต้องรอการตั้งครม.ชุดใหม่ก่อนสงกรานต์!
ถ้ารีบแก้ไขได้ดี ไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้นที่ปั๊มน้ำมันต่างๆ คลี่คลายความเดือดร้อนทั้งน้ำมันยันสินค้าอุปโภคบริโภคราคาแพง
จะรอดพ้นการเสื่อมความนิยมความเชื่อถือ ทั้งชุดรักษาการยันชุดใหม่!!
วงค์ ตาวัน