หลายคนเห็นภาพของคนไทย ซึ่งก็คือคนทั้งโลกในวันนี้ ที่กำลังเดือดร้อนเนื่องจากสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน ส่งผลร้ายแรงต่อพลังงานน้ำมัน ทำให้เกิดภาวะขาดแคลน รถราหาเติมน้ำมันได้ยาก กลายเป็นความยากลำบากในการเดินทาง การใช้ชีวิตเริ่มเข้าสู่ภาวะชะงักงัน ต้องหยุดนิ่ง
ทำให้ต้องนึกถึงสถานการณ์โรคระบาดโควิด ซึ่งเคยทำให้โลกทั้งใบนี้แทบหยุดนิ่งสนิทมาแล้ว!
3 ปีของโควิด จากปี 2563 จนถึงต้นปี 2566 ยังเป็นเรื่องราวที่ทุกคนจำกันได้ดี
การเดินทางทั่วโลกหยุดนิ่ง ทุกสายการบินต้องจอดสนิท กิจกรรมรวมหมู่งดหมด ไม่มีห้างสรรพสินค้าให้เดิน ไม่มีโรงหนังให้ดู ร้านอาหารก็ต้องกินแบบมีคอกกั้น
ส่วนใหญ่ต้องหมกตัวอยู่ในบ้าน เพื่อป้องกันการระบาด ใครป่วยก็ต้องไปอยู่รวมในศูนย์พักพิง
จากโควิด มาจนถึงวิกฤตน้ำมันในปีนี้ เริ่มมีอะไรที่ส่งผลต่อชีวิตผู้คนคล้ายๆ กัน!?
แน่นอนว่า ปัญหาน้ำมัน คงไม่รุนแรงเทียบเท่าโควิดแน่ๆ
เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องโรคระบาด ไม่ต้องมีมาตรการโซเชี่ยลดิสแทนซิ่ง ไม่ต้องควบคุมผู้คน
การบินต่างๆ ยังมีอยู่ โดยงดบางไฟลต์ เว้นสนามบินบางแห่ง แต่คนก็เดินทางน้อยลง เพราะตั๋วแพง รวมทั้งกังวลความปลอดภัยจากการสู้รบ
การเดินทางด้วยรถก็ต้องลดน้อยลง เพราะหาน้ำมันเติมยาก โดยเฉพาะการเดินทางไกลข้ามเมืองข้ามจังหวัด จะไม่มีหลักประกันว่าจะเติมระหว่างทางได้หรือไม่
ไม่มีการงดเดินทาง ไม่ห้ามเดินทางเช่นโควิด แต่วิกฤตวันนี้ทำให้ผู้คนเดินทางลดน้อยลง เพราะความยากลำบากด้านราคาและน้ำมันเชื้อเพลิง!?
เมื่อน้ำมันวิกฤต ต้องตามมาด้วยปัญหาค่าครองชีพ สินค้าราคาแพงขึ้น
ตอนนี้ก็เริ่มปรับราคาสินค้าหลายชนิด
น้ำมันก็เริ่มแพง หาเติมยาก ค่าครองชีพก็พุ่งสูง คราวนี้ก็ต้องใช้ชีวิตหยุดนิ่ง เพื่อลดค่าใช้จ่าย
ความยุ่งยากของการใช้ชีวิตในวันนี้ ทำให้หลายคนนึกถึงช่วงโควิด แต่ก็ไม่ใช่นึกถึงแบบทำใจได้ เคยผ่านมาแล้วสบายๆ อะไรแบบนั้น!??
เป็นความยุ่งยากที่ทำให้หวาดผวา ไม่รู้ว่าจะวิกฤตหนักไปกว่านี้หรือไม่ เงินทองจะฝืดเคืองหรือไม่
คราวนี้จะกระทบต่อเศรษฐกิจรุนแรง เพราะคนระมัดระวังการใช้จ่าย
สงกรานต์นี้จะยิ่งหนัก ต่อการทำมาค้าขาย เศรษฐกิจจะซบเซา!!
เพราะการท่องเที่ยวจะลดลง การเดินทางต้องห่วงน้ำมันเติม ทุกคนต้องเก็บเงินทอง
แม้ว่าวิกฤตนี้จะกระเทือนไปทั้งโลก ไม่ต่างจากโควิด
แต่อย่างหนึ่งที่คนไทยเฝ้าจับตามอง ก็คือ ความสามารถในการแก้ปัญหาของรัฐบาลเรา!
วงค์ ตาวัน