เมื่อน้ำมันยังทยอยขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง ราคาสินค้าต่างๆ ก็ต้องพาเหรดขึ้นตามไปด้วย ค่ารถ ค่าเรือ ค่าโดยสารสาธารณะที่ต้องใช้พลังงานน้ำมัน ก็แห่ขึ้นราคากันถ้วนหน้า เป็นสถานการณ์ที่ทำให้ทุกชีวิตยากลำบากจริงๆ

แนวโน้มแบบนี้ บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมที่พัก ต่างทำใจกันแล้วว่า สงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงคงกร่อยแน่ๆ!

ยอดจองที่พักโรงแรมต่างๆ ซึ่งโดนยกเลิกไปก่อนหน้านี้ คงไม่ฟื้นกลับมาอีก

สถานที่กินที่เที่ยว ก็ต้องยอมรับสภาพว่า บรรยากาศเทศกาลใหญ่ที่ใกล้จะมาถึงนี้ คงไม่คึกคักสักเท่าไร

ถ้าน้ำมันยังแพงไม่หยุด ถ้าไม่มั่นใจว่าขับรถแล้วจะมีให้เติมตลอดทางหรือไม่

ผู้คนจำนวนไม่น้อยคงไม่อยากขับรถราเดินทางท่องเที่ยว รวมทั้งเลือกประหยัดเงินทองเพื่อเตรียมรับวิกฤตเศรษฐกิจที่จะหนักหน่วงและยาวนาน!!

แต่แน่นอน ชีวิตก็ต้องดำเนินไป และเชื่อว่าการท่องเที่ยวสงกรานต์อาจจะลดความคึกคักลงไป แต่ก็ยังมีอยู่

ดังนั้นทุกเมืองท่องเที่ยว ยังต้องเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ

อย่างรถเก็บขยะเทศบาลต่างๆ ต้องเตรียมทางออกในภาวะน้ำมันแพง!

ไม่เช่นนั้นแล้ว ถ้าการจัดเก็บขยะไม่มีประสิทธิภาพ ภายใต้ปัญหารถขาดน้ำมัน ปล่อยให้กองสุมเป็นภูเขา เหม็นหึ่ง

เมืองท่องเที่ยวก็คงสิ้นมนต์เสน่ห์ เสียภาพที่ดีๆ ในระยะยาว!?!

เอาเป็นว่าทุกเมือง ทุกแหล่งท่องเที่ยว ก็คงต้องเตรียมปรับตัวกันล่วงหน้า

ผู้คนคงยังมาท่องเที่ยว เล่นสงกรานต์กันสนุกสนาน เพียงแต่อาจจะเบาบางลงไป

ต้องปรับลดต้นทุนเพื่อให้รับกับสถานการณ์ได้ แต่ก็ต้องดูแลรักษาเมืองให้สะอาดปลอดภัยไปพร้อมๆ กัน

เทศกาลปีใหม่ไทยนี้คงไม่คึกคัก แต่ก็ปล่อยปละไม่ดูแลอะไรเลยคงไม่ได้!?

ทั้งหลายทั้งปวง คำถามก็ไปตกที่รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ที่กำลังเตรียมเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อเริ่มปฏิบัติงาน

การอธิบายว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นมาจากการสู้รบระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน วิกฤตน้ำมันเป็นปัญหาของโลก ไม่ใช่เฉพาะในบ้านเรา

เท่านั้นคงไม่พอ!!

เพราะกระแสสังคมไทยตอนนี้ มองว่ารัฐบาลบริหารผิดพลาด ยังยึดติดกับโครงสร้างพลังงานเดิมๆ

รวมทั้งเชื่อกันไปทั้งเมืองแล้วว่า ในวิกฤตมีกลุ่มทุนที่ร่ำรวย ขณะที่ชาวบ้านเต็มไปด้วยความทุกข์ยาก

ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้คือจัดการปัญหาและวิกฤตความเชื่อถือความศรัทธา ซึ่งจะทำให้การบริหารงานไม่ราบรื่นไม่เป็นที่ยอมรับ!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน