เมื่อมีอดีตเจ้าหน้าที่ทหารเรือเข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุมือปืนอาวุธสงครามปองร้ายนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ แล้วเมื่อพบว่ารถกระบะที่คนร้ายใช้ในการลงมือยิง เป็นรถในราชการ สังกัดกอ.รมน.
คดีนี้ต้องเรียกว่า ไม่ปกติธรรมดา!?
ยิ่งเป้าหมายที่โดนไล่ล่า เป็นสส.ที่มาจากการเลือกตั้ง มีบทบาทเป็นทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ด้านคดีความต่างๆ
ไม่มีปัญหาขัดแย้งส่วนตัวในเรื่องใดๆ ชนวนเหตุจึงเหลือเพียงเรื่องการเมืองและเรื่องความมั่นคง
พอจับกุมผู้ก่อเหตุ ยึดหลักฐานรถราชการที่นำมาก่อเหตุได้
ทำให้มีความคาดหวังถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.รมน. รวมทั้งผบ.ทบ.ในฐานะรองผอ.รมน. ควรแสดงท่าทีเปิดไฟเขียวให้มีการสืบสวนสอบสวนได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องหวังเกรงอิทธิพลใดๆ!
ถ้าปล่อยให้จับกุมคนร้ายได้ แต่คดีสาวต่อไปถึงตัวการไม่ได้ หาคำตอบเรื่องรถราชการไม่ได้ชัดเจน
จะกลายเป็นเรื่องอึมครึม กระทบต่อบรรยากาศในพื้นที่ 3 จังหวัดใต้ ซึ่งมีความขัดแย้ง มีปัญหาความไม่เป็นธรรม จนทำให้เกิดเหตุไม่สงบมายาวนาน
แล้วจะเสียหายต่ออำนาจรัฐเอง เพราะมือปืนเป็นอดีตคนในเครื่องแบบ แถมใช้รถกอ.รมน.อีกด้วย!
ที่ผ่านๆ มา เกิดเหตุไล่ยิงไล่ฆ่ากันในพื้นที่ไฟใต้อย่างต่อเนื่อง และหลายคดีเป็นเรื่องลึกลับ เหมือนมีทีมเฉพาะกิจที่ไม่รู้ที่มาที่ไปก่อเหตุร้ายแล้วลอยนวล
คดียิงสส.กมลศักดิ์ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้านในพื้นที่ว่า อาจเป็นฝีมือของขบวนการลึกลับ ซึ่งพูดไปพูดมามีแต่ทำให้อำนาจรัฐดูเสียหาย!?
ดังนั้น เมื่อตำรวจออกหมายจับผู้ก่อเหตุได้แล้ว 4 ราย ที่จับมาได้แล้วนั้นเป็นอดีตนาวิกโยธิน
แล้วเจอชิ้นส่วนรถก่อเหตุเป็นรถกอ.รมน. มีอู่ชำแหละทำลายหลักฐาน โยนทิ้งน้ำ
แถมนำตัวเจ้าของอู่มาสอบสวน พบว่าคนที่นำรถมาส่ง ยังมีอดีตทหารเรือโผล่มาอีกราย
ความคับข้องใจของคนในพื้นที่ก็เลยยิ่งไปกันใหญ่!
งานนี้เห็นทีผอ.กอ.รมน.และรองผอ.กอ.รมน. ควรจะออกแอ๊กชั่นชัดๆ
ส่งสัญญาณให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนอย่างถึงรากถึงโคน ส่งสัญญาณให้กอ.รมน.ภาค 4 คลายปมรถราชการให้กระจ่าง
ขณะเดียวกันต้องไม่ลืมว่า พรรคประชาชาตินั้น มีมวลชนมากมายในพื้นที่
แถมหัวหน้าพรรคคือพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นอดีตนายตำรวจที่ทำคดีมาโชกโชน ผ่านทั้งสารวัตรแผนก 4 กอง 2 กองปราบ ผ่านทั้งผกก.2 กองปราบ ที่เรียกกันว่าผู้กำกับประเทศไทย
ตอนนี้จี้ติดคดีอย่างไม่ลดละ
คดีนี้จะจบแบบง่ายๆ ไม่ได้แน่นอน!?!
วงค์ ตาวัน