ไม่ค่อยได้เห็นแบบนี้ เมื่อผู้เสียหายคือ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งถูกคนร้ายยิงถล่มด้วยเอ็ม 16 หมายไล่ล่าเอาชีวิต ต้องไปรวบรวมพยานหลักฐานเอง เพื่อจะไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดด้วยตัวเอง ป้องกันการตัดตอนคดี
คดีนี้ก็อย่างที่รู้กัน ตำรวจภูธรภาค 9 ตำรวจนราธิวาส ทำคดีอย่างเข้มข้น นำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 5 ราย ชุดที่ลงมือยิงนายกมลศักดิ์
สามารถตามจับมาได้ครบถ้วนทั้ง 5 ราย แต่ก็ยังไม่พอ!!
คดีจะจบแค่นี้ไม่ได้ คดียังไปไม่ถึงคนติดต่อจ้างวาน คนบงการ
แล้วลีลาคำให้การของร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี อดีตนาวิกโยธิน มือปืนผู้ลงมือยิง ที่พยายามตัดตอน ไม่ให้ไปถึงผู้บงการ
อ้างว่าทำกันเอง เพราะไม่พอใจสส.กมลศักดิ์ที่เป็นทนายให้ผู้ต้องหาคดีความมั่นคง พยายามพูดเท่ๆ ว่าไม่ต้องการให้ใครมาแบ่งแยกดินแดน!?
แต่ใครจะเชื่อว่า คดีนี้ไม่มีคนบงการเหนือไปอีกชั้น
เพราะรถราชการกอ.รมน. เบิกโดยนายทหารนาวาเอก กอ.รมน. ให้ทีมมือปืน
มีทั้งอดีตคนมีสีและคนมีสีที่ยังอยู่ในราชการ เข้ามาร่วมเป็นขบวน ต้องเป็นแก๊งใหญ่แน่ จะมาตัดตอนแค่ 5 คนได้อย่างไร!?
เพราะสส.กมลศักดิ์ เหยื่อไล่ล่านั้น สังกัดพรรคประชาชาติ ที่มีพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นหัวหน้าพรรค
วิญญาณอดีตนายตำรวจมือทำคดีกองปราบฯ กลับมาสิง จึงติดตามพยานหลักฐานได้มากมาย!!
แกะรอยพยานหลักฐานจนยืนยันได้ว่า มีผู้เกี่ยวข้อง เหนือขึ้นไปอีกแน่นอน
ทั้งเมื่อรอดูกระบวนการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ ซึ่งทำดีน่านับถือในช่วงแรก แต่ต่อมาเริ่มนิ่งๆ
เริ่มฝืดๆ ในการสาวต่อไปถึงคนติดต่อจ้างวาน
หรือเพราะการทำหน้าที่ของตำรวจเริ่มเจอตอ ทำให้เดินหน้าต่อไปได้ยาก!?
ดังนั้นสส.กมลศักดิ์จึงนำพยานหลักฐาน ที่คณะทำงานของพรรคประชาชาติรวบรวมมาได้เอง
ในฐานะผู้เสียหาย สส.กมลศักดิ์ นำพยานหลักฐานไปแจ้งความให้ดำเนินคดีกับคนที่เกี่ยวข้องเหนือขึ้นไปจาก 5 ผู้ต้องหาทีมปฏิบัติบัติการ
ให้ดำเนินคดีกับนายทหารในราชการ ทั้งนาวาเอก และนาวาตรี สังกัดกอ.รมน.ส่วนหน้า
พยานหลักฐานที่พรรคประชาชาติรวบรวมมาได้ ต้องไม่ธรรมดา เพราะพรรคนี้มีหัวหน้าพรรคเป็นอดีตนายตำรวจมือสืบสวนสอบสวนทั่วราชอาณาจักร
สุดท้ายขึ้นกับตำรวจจะเห็นพ้องกับหลักฐานนี้หรือไม่
แต่เชื่อว่า ที่สส.ผู้เสียหายไปแจ้งความเอง จะส่งผลให้คดีนี้เดินหน้าต่อไป ไม่มีอิทธิพลไหนจะมาหยุดยั้งได้!!
วงค์ ตาวัน