การประชุมครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีมติรับทราบการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ตามที่กรมประชาสัมพันธ์จะเป็นผู้ประสานงาน ให้มีการถ่ายทอดการแข่งขัน ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม โดยรายละเอียดค่าใช้จ่ายซื้อลิขสิทธิ์ ต้องรอให้กรมประชาสัมพันธ์ดำเนินการจนเสร็จสิ้นแล้วจะมีการแถลงให้ทราบ
ขณะที่นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าคนไทยได้ดูบอลโลกฟรีแน่นอน แต่จะถ่ายทอดอย่างไร รอให้กรมประชาสัมพันธ์ กับ กสทช. ไปประสานงานก่อน
นอกจากนี้โฆษกรัฐบาล ก็ออกมาย้ำว่า จะไม่มีการใช้งบประมาณของรัฐบาลกว่าพันล้านบาท อย่างแน่นอน
ฟังดูแล้ว รัฐบาลมอบหมายให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ คือ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี เป็นผู้ดำเนินการ ประสานกับ กสทช. และต้องดึงเอกชนมาร่วมลงขันเป็นสปอนเซอร์
แต่ที่ยังอ้ำอึ้งไม่เปิดรายละเอียดได้ เพราะมีข้อยุ่งยากเรื่องที่มาของเงิน เรื่องการถอดบอลโลกออกจากกฎ Must Have มีความยุ่งยากข้อกฎหมาย
อีกทั้งจากการถ่ายทอดสดหนที่แล้ว ยังเป็นปัญหาคาราคาซังใน กสทช. จนบัดนี้!
ดูๆ แล้ว การถ่ายทอดสดบอลโลก ช่วงหลังๆ วุ่นวายแทบทุกครั้ง จนมีคำถามว่า ทำไมประเทศไทยต้องวุ่นเรื่องนี้
ทำไมคนไทยต้องได้ดูแบบครบทุกคู่ และดูฟรีด้วย ทั้งที่ทีมชาติไทยไม่ได้ไปเตะกับเขาสักหน่อย
คำตอบก็คือ เพราะคนไทยติดนิสัยต้องดูครบและดูฟรี จนกลายเป็นแรงกดดันไปยังรัฐบาลมาตลอด!!
ถ้ารัฐบาลจัดการให้ถ่ายสดได้ ก็ได้คะแนนนิยมมากมายกว้างขวาง
แถมมีข้ออ้างส่งเสริมคนไทยและเยาวชนให้ดูบอลโลกดูกีฬา ห่างไกลยาเสพติดทำนองนั้น!?!
ถ้าย้อนกลับไป 50-60 ปีก่อน การถ่ายทอดสดบอลโลกในบ้านเรานั้น เริ่มมีการถ่ายแต่เฉพาะนัดชิง
ต่อมาก็เริ่มขยับถ่ายรอบ 8 ทีม รอบตัดเชือก
ในยุคที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นใหญ่ในกองทัพ เคยเล่นบทอัศวินม้าขาว สั่งทีวีช่อง 5 ให้จัดถ่ายสดแบบเร่งด่วน เนื่องจากช่วงรอบลึกๆ เกมบอลเร้าใจ คนไทยเรียกร้องกันมาก
บ่งบอกว่า บอลโลกกับการสร้างคะแนนนิยม สำคัญมากๆ!
ถ้าจำกันได้ บริษัททศภาค ในเครือไทยเบฟ สร้างความลือลั่นในการถ่ายทอดสดบอลโลก
ปี 2002 ทศภาคได้ซื้อลิขสิทธิ์ แบบครบทุกนัด ดูฟรี และไม่มีโฆษณาระหว่างถ่ายทอดให้เสียอารมณ์
ตั้งแต่บอลโลกปี 2014 เริ่มมีกฎ Must Have เข้ามาควบคุม แต่ไปๆ มาๆ กฎนี้ก็กลายเป็นข้อจำกัด จนเพิ่งยกเลิก
มาถึงยุคนายกฯ อนุทิน ก็ต้องหาทางมาให้คนไทยได้ดูสด!
ทั้งที่มีวิกฤตเศรษฐกิจ เอกชนยากลำบาก
แต่ถ้าคนไทยไม่ได้ดูฟรี ก็เหนื่อยไปอีกแบบ!?!
วงค์ ตาวัน