สังคมไทยนั้นชอบแก้ปัญหาแบบไฟไหม้ฟาง เกิดเหตุร้ายแรงครั้งใหญ่ก็จะตื่นตระหนก เรียกหาการแก้ไขแบบยกระดับและจริงจัง แต่พอผ่านไปสักพัก เมื่อข่าวคราวซาลงไป เริ่มไม่มีใครพูดถึง ที่ตั้งท่าจะปรับแก้อะไรต่อมิอะไรก็ค่อยๆ เงียบหายไป รอจนกว่าจะเกิดซ้ำอีก ก็กลับมาพูดถึงกันอีก
เหตุการณ์สะเทือนขวัญล่าสุด รถไฟสินค้าชนรถโดยสารปรับอากาศประจำทางกลางเมืองกรุง เสียหายวินาศสันตะโร ตายหมู่ถึง 8 ชีวิต บาดเจ็บอีกจำนวนมาก
น่าสงสัยว่า จะเข้าตำราไฟไหม้ฟางอีกหรือไม่!?
ที่มีการกล่าวกันมากก็คือ รถขนส่งสาธารณะ ทั้งรถไฟและรถโดยสารประจำทางนั้น เป็นการขนส่งที่ผู้ใช้บริการเป็นชนชั้นล่างและชนชั้นกลาง
ไม่ใช่ขนส่งสาธารณะที่คนร่ำรวย คนมีชื่อเสียง ใช้บริการกันมากนัก
เสียงของผู้โดยสารรถขนส่งทั้ง 2 ประเภทนี้ จึงอาจไม่มีพลังมากพอจะทำให้เกิดการสนใจแก้ไขปัญหาอะไรมากนัก!
หลังเกิดโศกนาฏกรรมชนกันรุนแรงล่าสุดนี้ มีการพูดถึงปัญหามาตรฐานของพนักงานขับรถ และบริการต่างๆ
ว่าถูกละเลยมาตลอด
มีปัญหา พขร.จำนวนไม่เพียงพอ ทำให้การทำงานหนักเกินสภาพร่างกาย จนกลายเป็นบริการที่ขาดความปลอดภัย!!
ในเหตุร้าย 8 ศพ มีเรื่องน่าตกใจกว่านั้น
เมื่อตรวจพบว่า พขร.รถไฟคันเกิดเหตุมีฉี่ม่วง จึงเกิดคำถามว่าการรถไฟฯ มีการตรวจสอบพนักงานขับรถหรือผู้ควบคุมรถ ป้องกันการเสพยาบ้างหรือไม่!?!
สภาพของคนขับรถไฟที่ปรากฏหลังเกิดเหตุนั้น
ทั้งแต่งกายไม่เรียบร้อย ผมกระเซอะกระเซิง เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร
ทั้งที่ขบวนรถไฟนั้นเปรียบเป็นขบวนม้าเหล็ก ห้อตะบึงไปทั่วไทย!!
เป็นขบวนรถทั้งขบวนคือเหล็กที่มีน้ำหนักสูง การเบรกต้องใช้เวลามาก พลาดพลั้งก็ดังที่เห็น ชนพังพินาศทั่วบริเวณแยกมักกะสันนั่นแหละ
รวมไปถึงระบบเตือนให้หยุดขบวนก่อนถึงแยกที่รถราบนถนนยังติดคร่อมรางอยู่ ตอนนี้ก็ต้องตรวจสอบพยานหลักฐานกันให้ชัดว่า ระบบเตือน ระบบธงแดง มีมาตรฐานแค่ไหน
ส่วนรถโดยสารประจำทางที่ไปจอดคร่อมรางรถไฟนั้น ถ้าพิจารณาจากสภาพรถติดบนถนนเส้นดังกล่าว ก็ต้องมีการแก้ไขการจัดจราจรครั้งใหญ่
ไม่เช่นนั้นรถทางตรงก็จะต้องติดยาวจนไปจอดคร่อมรางรถไฟเต็มไปหมด
หวังว่าความเสียหายร้ายแรงทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมากในเหตุร้ายครั้งนี้จะมีผลสะเทือนต่อไป
จะนำมาสู่การแก้ปัญหาทั้งระบบ ทั้งระบบรถไฟ ระบบรถเมล์ ระบบจราจรบนถนน อย่างเป็นจริงเป็นจัง
แม้จะเป็นรถสาธารณะที่ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ใช่คนมีตังค์เสียงดังก็ตาม!!
วงค์ ตาวัน