บทเรียนจากเหตุรถไฟชนรถเมล์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย ประเด็นสำคัญที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากคือ การที่รถเมล์คันเกิดเหตุและรถอีกจำนวนมากไปจอดคร่อมรางรถไฟ จนล่าสุดต้องการออกมาตรการ ต่อจากนี้ห้ามไม่ให้รถยนต์ไปจอดในพื้นที่บริเวณรางรถไฟอีกเด็ดขาด

แน่นอนว่าในเหตุการณ์วันนั้น ตำรวจดำเนินคดีทั้ง 3 ฝ่าย คือ คนขับรถไฟซึ่งไม่เบรกขบวนรถตามที่เจ้าหน้าที่ไม้กั้นให้สัญญาณ รวมทั้งเอาผิดเจ้าหน้าที่คุมรางที่โบกธงแดงแบบไม่หนักแน่นจริงจัง และคนขับรถเมล์ที่จอดคร่อมรางก็โดนข้อหาประมาทร่วมกันด้วย

ไม่ใช่ว่าฝ่ายรถเมล์เท่านั้น เป็นสาเหตุหลัก ในโศกนาฏกรรมครั้งนี้!

แต่ในอนาคตนับจากนี้ไป ต้องเข้มงวดห้ามรถไปจอดติดในบริเวณรางรถไฟเป็นอันขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงซ้ำ

ขณะเดียวกัน กรมการขนส่งราง ก็เข้าแจ้งความตำรวจ ให้เอาผิดกับผู้ขับขี่รถที่คร่อมรางรถไฟในวันที่ 16 พ.ค. เวลา 15.33 น. จนถึงช่วงเวลาเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์

เนื่องจากกฎหมายเพิ่งออกมาใช้ใหม่ๆ หมาดๆ ดังนั้นจึงต้องนำมาบังคับในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย!

แต่ก็ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ พิจารณาตามพฤติการณ์เป็นรายกรณี อาจจะไม่ผิดหมดทุกคัน ขึ้นกับการตรวจสอบว่า ผู้ขับขี่สามารถหลีกเลี่ยงหรือเคลื่อนย้ายรถออกจากรางได้หรือไม่

ดังที่รู้กันว่า ถนนสายดังกล่าวมีสภาพรถติดยาวเหยียดเป็นประจำ รถหลายคันไม่ได้ตั้งใจจะไปจอดติดคร่อมรางรถไฟ

อีกทั้งทางแก้ปัญหา ก็ต้องปรับปรุงการระบายจราจรบนถนนเส้นดังกล่าวด้วย!

พอดิบพอดี ที่ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันมาเกิดเหตุระทึกขวัญที่อ.เมืองลพบุรี มีคลิปนาทีรถตู้รับส่งนักเรียนวิ่งฝ่าไม้กั้นขณะมีรถไฟแล่นมา แล้วตกใจไปจอดขวางใกล้รางรถไฟ จนเจ้าหน้าที่คุมรางต้องวิ่งไปไล่ให้เคลื่อนรถออกไปได้ทันหวุดหวิด

โชเฟอร์รถตู้นักเรียน โดนดำเนินคดีทันที!

โดนทั้งข้อหา ฝ่าฝืนเครื่องหมายไม้กั้นทางรถไฟ ไม่จอดรถในระยะปลอดภัย 15 เมตรจากทางรถไฟ

ปรับ 2 พันบาท

ถือเป็นคดีตัวอย่าง ต่อจากนี้ใครไปจอดรถในระยะห้าม หรือฝ่าไม้กั้นที่เคลื่อนลงมา ต้องดำเนินคดีถ้วนหน้า!!

จะคิดเพียงรถไหลติดพัน จนไปหยุดบริเวณรางรถไฟอย่างไม่ตั้งใจไม่ได้อีกแล้ว

นี่คือหลักปฏิบัติใหม่ สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ ต่อไปนี้ได้ยินสัญญาณไม้กั้น ต้องปฏิบัติตาม หยุดในระยะห่างจากรางรถไฟ

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรงซ้ำอีก

แต่อีกด้าน ตำรวจเองต้องจัดการจราจรให้คล่องตัว

ในช่วงที่จะมีรถไฟแล่นมา ก็ต้องเร่งระบายถนนให้ด้วย

วินัยจราจรต้องเข้มงวด แต่ก็ต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน