คดีจีนเทาเกิดขึ้นมากมายในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นแก๊งสแกมเมอร์ แก๊งรีดค่าไถ่ แก๊งยาเสพติด ล่าสุดที่เป็นเรื่องใหญ่โตก็คือ คดีนายหมิงเฉิน ซัน ชาวจีน ประสบอุบัติเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ก่อนตำรวจตรวจค้นพบอาวุธปืนภายในรถ และขยายผลไปเจอคลังแสงอาวุธสงครามซุกซ่อนในบ้านพัก
สร้างความตื่นตะลึงให้กับสังคมไทย ว่าปล่อยให้คนต่างด้าวเข้ามาตั้งคลังแสงย่อมๆ ในใจกลางเมืองเช่นนี้ได้อย่างไร!
แถมต่อมายังขุดพบว่า นายหมิงเฉินเกี่ยวพันกับแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชานั่นเอง
ผลสะเทือนจากจีนเทาหลายๆ คดี รวมถึงกรณีหนุ่มจีนเทากับอาวุธสงครามมากมาย
เป็นแรงกดดันให้รัฐบาลต้องตัดสินใจยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน เพราะมีเสียงเรียกร้องกันมากจากผู้คนส่วนหนึ่งในสังคมไทย
มองว่าการเปิดฟรีวีซ่าเต็มเหยียด เป็นช่องโหว่ให้นักท่องเที่ยวเทาๆ เข้ามาทำมาหากินในทางมิชอบและอันตราย!?
คนไทยส่วนนี้เบื่อหน่ายกับสภาพที่ต่างชาติเข้ามามากมาย แล้วมั่วสุมทำผิดกฎหมาย อาละวาดตามเมืองท่องเที่ยว
ไปจนถึงก่อคดีอาชญากรรม เข้ามาตั้งคลังแสงดังกล่าว
รัฐบาลก็ต้องตอบสนองแรงกดดันเหล่านี้ แต่ก็คงรู้ดีว่า มีราคาที่ต้องจ่าย นั้นคือเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวจะหดหายไปมหาศาล!!
เพราะรัฐบาลที่แล้ว ตัดสินใจใช้ฟรีวีซ่า 60 วัน เพื่อดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาปลุกเศรษฐกิจไทยที่ซบเซาหนัก
ได้ผลจริง ได้ผลทันที เศรษฐกิจท่องเที่ยวฟื้นคืนชีพ แต่ก็มีปัญหาเรื่องจีนเทา เรื่องอาชญากรรมตามมา โดยต้องบวกลบคูณหารให้ดี!?!
เมื่อเราตัดสินใจเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน มีเสียงสะท้อนจากนักท่องเที่ยวหลายๆ ชาติชัดเจน
เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ต้องวางแผนเที่ยวใหม่ ปลายทางเปลี่ยนไปเป็นประเทศอื่น
คำถามที่น่าสนใจจากนักท่องเที่ยวก็คือ ถ้าคุณกลัวปัญหานักท่องเที่ยวเทา แล้วทำไมไม่แก้ให้ตรงจุด ทำไมมาเหมารวมนักท่องเที่ยวอื่นๆ
ส่งผลให้รายได้ของไทยเองจะหดหายไป
เป็นคำถามที่ตรงไปถึงหน่วยงานความมั่นคง ตำรวจ ว่าจะกลั่นกรองนักท่องเที่ยวดีๆ กับเทาๆ ได้อย่างไรตั้งแต่ด่านหน้า
หรือที่เข้ามา จะมีการข่าว มีการสืบสวนอย่างไรเพื่อหยุดยั้งแก๊งเทาๆ เหล่านี้
สุดท้ายเมื่อหยุดยั้งไม่ได้ เกิดภาพรวมเสียหายต่อนักท่องเที่ยว แล้วเราก็ต้องแก้ปัญหาแบบเหมารวม
ด้วยการยกเลิกฟรีวีซ่า ผลักนักท่องเที่ยวออกไปจำนวนมาก!
อย่าลืมว่ารายได้หลักของไทยเรานั้น คือ การส่งออก และการท่องเที่ยว ท้องทะเล ภูเขา อันงดงาม
เราไม่ได้มีรายได้เป็นกอบเป็นกำมากกว่านี้!!
วงค์ ตาวัน