ฟุตบอลโลก 2026 อันถือได้ว่าบรรเลงเพลงแข้งกันได้สนุกสนานสมราคาโดยส่วนใหญ่ ดำเนินมาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ก่อนจะได้ 4 ทีม แล้วจะได้รู้ว่าใครคือคู่ชิงแชมป์ ทีมไหนจะได้ชูถ้วยเวิลด์คัพ เป็นสุดยอดทีมบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

แต่ก็มีประเด็นปัญหาให้วิพากษ์วิจารณ์กันร้อนแรงหลายประการ ในแง่การเมืองเข้ามาแทรกแซงการฟุตบอล!?

ไม่ว่าจะเป็นการตกรอบของทีมอิหร่านศัตรูของสหรัฐ-เจ้าภาพ ซึ่งมีการจุดประเด็นบางแง่มุม

ไปจนถึงกรณีที่อื้อฉาวที่สุด คือ จานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือประธานฟีฟ่า ซึ่งน่าเชื่อว่าโดนครอบงำจากประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์

นำมาสู่เหตุการณ์ยกเลิกโทษใบแดงให้กับศูนย์หน้าทีมชาติสหรัฐ เพื่อให้ได้กลับมาเล่นในรอบ 16 ทีม

แล้วประธานาธิบดีทรัมป์ยอมรับตรงๆ ว่า ได้โทร.คุยกับประธานฟีฟ่าจริง เพื่อขอให้ทบทวนโทษใบแดงดังกล่าว!!

แม้ว่า อินฟานติโน ประธานฟีฟ่าจะเฉไฉ โดยรับว่าทรัมป์โทร.มาคุยจริง แต่การตัดสินเปลี่ยนโทษศูนย์หน้าทีมสหรัฐ เป็นการตัดสินของคณะกรรมการ

เป็นคำชี้แจงที่ไม่มีใครเชื่อ

เพราะเหตุการณ์แบบนี้แทบจะไม่เคยเห็นกันมาก่อน โดยเฉพาะในเกมระดับฟุตบอลโลก ไปยกเลิกโทษใบแดง เปลี่ยนเป็นคาดโทษ 1 ปี!

ลงโทษสั่งแบนไปแล้ว จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นรอลงอาญา เพื่อให้เกิดผลได้ผลเสียชัดเจนคือ ได้ลงเล่นในรอบ 16 ทีม

แถมมีการยอมรับชัดเจนว่า ทรัมป์โทร.ไปคุยกับประธานฟีฟ่า “ขอหน่อยน่า” อีกด้วย!!

จึงเป็นกรณีอัปยศ เป็นรอยด่างที่ยากลบเลือน

แล้วต่อมาเมื่อสหรัฐไปแพ้ ตกรอบ 16 ทีม ถึงจะมีศูนย์หน้าที่ได้ลดโทษลงมาเล่นด้วย

ทั่วโลกก็เลยพากันเย้ยหยันอย่างสะใจ ใช้เส้นใช้อภิสิทธิ์แต่ก็ตกรอบไปในที่สุด

ขณะเดียวกัน ยังมีสมาชิกรัฐสภายุโรป ออกมาเคลื่อนไหว ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการสอบสวนพฤติกรรมของประธานฟีฟ่า

โดยถือเป็นเรื่องน่าอับอายและบิดเบือนความยุติธรรม

ไม่เป็นกลางทางการเมือง

พร้อมทั้งเรียกร้องให้สมาคมฟุตบอลของแต่ละชาติในยุโรปร่วมกันผลักดันให้คณะกรรมการจริยธรรมของฟีฟ่าสอบสวนอีกด้วย

สอบสวนตรวจสอบทั้งประธานฟีฟ่าและการแทรกแซงของประธานาธิบดีสหรัฐ

ฟุตบอลโลกหนนี้ สนุกเร้าใจ แต่มาพังกับเรื่องการเมืองแทรกแซง

มาตรฐานเวิลด์คัพจึงต้องเสียหาย เพราะประธานที่ยอมพินอบพิเทาเอาอกเอาใจกับผู้นำสุดเพี้ยน!!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน