เป็นเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนสังคมไทยอย่างรุนแรง เมื่อเด็กนักเรียนชายชั้นม.3 ใช้อาวุธปืนไล่ยิงไปทั่วอาคารเรียน จนเป็นเหตุให้ครูและเจ้าหน้าที่โรงเรียนไปจนถึงเด็กนักเรียนเสียชีวิตจำนวนมาก
โรงเรียนซึ่งควรเป็นที่ปลอดภัย ให้เด็กๆ มาเล่าเรียน สนุกสนานกับเพื่อนๆ กลับไม่เป็นเช่นนั้น!!
แถมก่อนก่อเหตุในโรงเรียน เด็กวัย 14 ปีรายนี้ ได้ยิงปู่และย่า ผู้เลี้ยงดูมาตลอด เสียชีวิตภายในบ้าน ก่อนจะพกปืนกระบอกนั้น มาสร้างความสยดสยองในสถาบันการศึกษา
ลงเอยได้ใช้ปืนยิงตัวตาย จึงไม่สามารถบอกเล่าถึงปมเหตุจูงใจ มีความเครียดหรือมีความกดดันในเรื่องใด
เป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องโดยตรง ต้องร่วมกันค้นหาชนวนเหตุให้ได้ เพื่อหาแนวทางป้องกัน เพื่อเป็นกรณีศึกษาให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองและครูบาอาจารย์ทั้งหลาย
ป้องกันไม่ให้มีเหตุเขย่าขวัญในโรงเรียนขึ้นมาอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากเด็กนักเรียนที่สุภาพเรียบร้อยจนไม่มีใครคาดคิดว่าจะก่อเรื่องได้!?!
ประเด็นที่ตรวจสอบได้เบื้องต้น สำหรับเด็กม.3 รายนี้ มีปมเครียดด้านการเรียน รู้สึกว่าโดนเข้มงวดทั้งที่เรียนและที่บ้าน ทั้งโดนเพื่อนเกเรแกล้ง รังแก บูลลี่ แล้วไม่มีที่พึ่ง
นำไปสู่การชอบเก็บตัว ขาดสังคมเพื่อน ที่บ้านก็มีปู่ย่าที่มีช่องว่างทางความสัมพันธ์
ทำให้หมกมุ่นกับเกมคอมพิวเตอร์ และคลิปข่าวเหตุการณ์ยิงกราดในโรงเรียนในต่างประเทศ!!
ปมที่น่าคิด ก็คือ พื้นฐานของเด็กซึ่งพ่อแม่แยกทางกัน ต้องอยู่ภายใต้การเลี้ยงดูของปู่ย่ามาตั้งแต่เล็ก
ปัญหาชีวิตครอบครัวที่ขาดความอบอุ่นเพียงพอ อาจเป็นปมพื้นฐานที่ต้องสนใจอย่างมาก!
เด็กที่ขาดความรักความอบอุ่น เกิดมาโดยไม่รู้จักความรัก เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่เคยเห็นคุณค่าชีวิตใคร
เด็กเล็กๆ ที่ห่างพ่อแม่ มาจากหลายสาเหตุ การใช้ชีวิตคู่ที่ยังไม่พร้อม หรือการดิ้นรนทางเศรษฐกิจ พ่อแม่ต้องหางานทำอย่างไม่มีทางเลือกทั้งอาชีพและพื้นที่ทำงาน
ต้องแก้กันทั้งการเริ่มต้นสร้างครอบครัวที่มั่นคง ไม่ล่มสลายง่ายๆ และรัฐบาลต้องสร้างเศรษฐกิจที่ดี ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความเจริญไปทั่วประเทศ
ที่ต้องทบทวนอย่างมากจากเหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้ คือโรงเรียน ต้องเป็นบ้านอีกหลังของเด็กๆ ครูบาอาจารย์ต้องเข้าถึงนักเรียน เป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจให้ได้!!
คำถามที่ตามมาทุกครั้ง เมื่อมีเหตุเด็กวัยแค่นี้ เอาปืนมาก่อเหตุ ก็คือ เอาอาวุธมาจากไหน
รายนี้ตรวจสอบได้ชัดเพราะปืนมีทะเบียน เป็นของปู่ เก็บอยู่ในบ้าน
จุดสำคัญที่ทุกบ้านต้องตระหนักก็คือ เก็บปืนอย่างไม่มิดชิดพอ ทำให้เด็กรู้ แล้วแอบไปหยิบมาใช้ มีกระสุนสำรองนับร้อยนัดครบพร้อม!!!
เป็นปืนกึ่งออโตเมติก 9 ม.ม. ขนาดพอดีมือ ใส่กระสุนได้ครั้งละ 15 นัด ลั่นไกได้เรื่อยๆ
วันนี้รัฐบาลอนุทิน สั่งระงับการออกใบพกปืน ใครที่มีครอบครองก็ต้องเก็บในบ้าน แต่เก็บอย่างไร โดยไม่ให้เด็กรู้ ต้องมิดชิดจนไม่สามารถแอบมาหยิบได้
โศกนาฏกรรมร้ายแรงครั้งนี้ ต้องแก้ไขกันทุกจุด ตั้งแต่ชีวิตครอบครัว ในบ้าน ในโรงเรียน สภาพสังคมที่เต็มไปด้วยความรุนแรง เศรษฐกิจที่ย่ำแย่!!
วงค์ ตาวัน