ราชกิจจานุเบกษาเพิ่งเผยแพร่คำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง ห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าสิ่งพิมพ์เพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร ลงนามโดยพล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2569
โดยเป็นคำสั่ง “แบน” สิ่งพิมพ์ต่างประเทศ “Routledge Handbook of Contemporary Thailand Second Edition” ซึ่งมีนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ เป็นบรรณาธิการ
ระบุว่ามีเนื้อหากระทบต่อความมั่นคง สร้างแรงจูงใจให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองได้ ขัดต่อความสงบเรียบร้อยโดยรวมของประเทศ หรือจะกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ในสังคมประชาธิปไตย พอมีคำสั่งแบบนี้ต้องโดนวิพากษ์วิจารณ์เป็นปกติธรรมดา ในแง่เสรีภาพทางการอ่านและทางความคิด
แต่ในด้านของเจ้าพนักงานด้านความมั่นคง ก็เข้าใจได้เช่นกันว่า จะไม่ออกคำสั่งนี้ คงไม่ได้
ในอีกมุม พอเห็นคำสั่งของผบ.ตร.ในการสั่งห้ามสื่อต่างประเทศ ถ้าเป็นคนอยู่กับข่าวสารมายาวนานจะนึกถึงบทเรียนการออกคำสั่งทำนองนี้ ซึ่งทำให้อดีตผู้นำตำรวจโดนปลดมาแล้ว!??
โดยย้อนไปสมัยยังเป็นกรมตำรวจ มี “อธิบดีตำรวจ” เป็นผู้นำ เรื่องเกิดในปี 2536 มีคำสั่งลงนามโดยอ.ตร.ห้ามนำเข้าหนังสือพิมพ์ต่างประเทศฉบับหนึ่ง ระบุว่ามีเนื้อหาจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์
แต่ในประกาศนั้นมีการนำรายละเอียดเนื้อหาของสื่อที่โจมตีสถาบันมาลงประกอบด้วย กลายเป็นเข้าข่ายนำเรื่องหมิ่นสถาบันมาแพร่ซ้ำ
ฝ่ายการเมืองที่จ้องจะปลดอ.ตร.อยู่แล้ว เลยได้จังหวะ เด้งผู้นำตำรวจดังกล่าวทันที เพื่อดันคนของตัวเองมาเสียบแทน!!
ทีแรกให้เข้ามารักษาการก่อน แล้วกระซิบสั่งให้โชว์ผลงานชิ้นสำคัญ เพื่อสร้างเครดิตให้รัฐมนตรีมหาดไทย และเพื่อปูทางให้รักษาการอ.ตร.ขึ้นเป็นอย่างเต็มตัว
ผลงานโบแดงที่รัฐมนตรีมหาดไทยคนนั้นต้องการคือ ตามหาเพชรซาอุฯ เม็ดสำคัญ ระย้าทับทรวง อันเป็นต้นเหตุบานปลายกลายเป็นคดีอุ้มฆ่า 2 แม่ลูกศรีธนะขัณฑ์นั่นเอง!!!
อย่างที่บอก ใครที่อยู่กับข่าวสารมานาน จึงต้องนึกถึงเบื้องหลังคำสั่งของอ.ตร. ในการแบนสื่อต่างประเทศ แต่มีความผิดพลาด กลายเป็นข้อหาแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมซ้ำ
เป็นบทเรียนสำคัญในแวดวงเจ้าพนักงานการพิมพ์ และเชื่อมโยงถึงการเมือง เรื่องอำนาจรัฐมนตรีมหาดไทยกับการปลดอ.ตร.
แถมเมื่อมีเป้าหมายซ่อนเร้นจะสร้างผลงาน ก็ยังกลายเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงครั้งใหญ่ของตำรวจไทย จากตามหาเพชรซาอุฯ กลายเป็นอุ้มฆ่าลูกเมียของเสี่ยพ่อค้าเพชร!
ที่สำคัญ ด้วยการเจาะข่าวเบื้องหลังของ “หนังสือพิมพ์ข่าวสด” นี่แหละ ทำให้ขบวนการอุ้มฆ่า 2 แม่ลูกโดนกระชากโฉม และถูกจับกุมดำเนินคดี
ส่งให้ข่าวชิ้นนี้ได้รับรางวัลข่าวยอดเยี่ยมแห่งปี แถมหนังสือพิมพ์ข่าวสดยังสร้างประวัติศาสตร์ ใช้เวลาแค่ 2 ปี ทะยานขึ้นเป็นหนังสือพิมพ์ยอดจำหน่ายระดับสูงสุด!!
อย่างไรก็ตาม สำหรับคำสั่งแบนสื่อต่างประเทศล่าสุด โดยผบ.ตร.คนปัจจุบัน เป็นไปด้วยดี
คำสั่งของพล.ต.อ.สำราญ ไม่มีความผิดพลาดซ้ำรอยอดีต คงเรียนรู้บทเรียนได้เป็นอย่างดี
อีกทั้งการเข้ามาดำรงตำแหน่งผบ.ตร.เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีความขัดแย้งในแวดวงตำรวจกันเอง
ไม่มีความขัดแย้งกับฝ่ายการเมือง ไม่มีวาระซ่อนเร้น
ผลงานเดือนแรกของตำรวจยุคบิ๊กราญยังไปได้ด้วยดี การสั่งแบนสื่อต่างประเทศก็ไม่ผิดพลาดทางเทคนิคซ้ำรอยอดีต!!
วงค์ ตาวัน