วงค์ ตาวัน
เมื่อ 2-3 วันก่อน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เดินทางไปยังกรุงปารีส ฝรั่งเศส แล้วเกิดข่าวลือสะพัดว่า เป็นการเดินทางไปประสานงานกับตำรวจสากล เพื่อจะขอตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีในไทยอีกรอบ
แต่ลงเอยก็เป็นแค่ข่าวลือ
สรุปว่าไปฝรั่งเศสจริง แต่ไม่ได้เกี่ยวกับภารกิจติดตามพรหมเมธี เพราะกรณีนี้ต้องรอการพิจารณาของทางการเยอรมันเท่านั้น ทำอะไรอีกไม่ได้แล้ว
การบินไปกรุงปารีสของผบ.ตร. ข้อเท็จจริงก็คือ ไปดูงานมหกรรมอาวุธ ตามคำเชิญของตำรวจฝรั่งเศส
การได้รับเชิญแบบนี้ หมายถึงเขาดูแลค่าใช้จ่าย ทุกอย่าง เช่นนี้ก็รอดพ้นข้อครหาว่า ผลาญเงินงบประมาณแผ่นดินเพื่อไปเที่ยวช็อปปิ้งอาวุธอะไรทำนองนั้น
นักข่าวที่ติดตามหาข้อเท็จจริง ได้หลักฐานเป็นภาพถ่าย ขณะบิ๊กแป๊ะเดินอยู่ภายในงาน ถือปืน ดูปืน เล็งปืน นานาชนิด
ชัดเจนว่า ไปเรื่องอาวุธ ซึ่งเป็นการศึกษาหาความรู้ด้านเขี้ยวเล็บของวงการตำรวจโลก!
เอาเป็นว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องการล่าตัวพรหมเมธี ตามที่ลือกันแน่ๆ
ต้นตอข่าวบินไปปารีสเพื่อล่าพรหมเมธีอีกหนนั้น อาจจะมาจากการคิดวิเคราะห์จับแพะชนแกะ
หรือไม่ก็จงใจปล่อยข่าว!?!
เพราะในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เมื่อพล.ต.อ.จักรทิพย์บินกลับจากฝรั่งเศสถึงประเทศไทย ถ้าหากยังเข้าใจผิดกันว่าไปเพื่อตามพระที่หนีคดี
ก็คงได้ปรากฏข่าวโจมตี คว้าน้ำเหลวกลับมาอีกตามเคย!??
คงมีคนปรารถนาดีเตรียมง้างเท้ารอเอาไว้แล้ว ท่าเดียวกับโรนัลโด เมสซี ในเวิลด์คัพที่รัสเซียยังไงก็ยังงั้น
แต่เมื่อชัดเจนว่า ไม่ได้ไปตามล่าพรหมเมธี เมื่อกลับมาไม่มีพระรายนี้กลับมาด้วย ก็คงจะไปกล่าวหาว่าวืดว่าแห้วแบบนั้นไม่ได้
ที่สำคัญเรื่องพรหมเมธีนั้น เข้าสู่ขั้นตอนพิจารณา เรื่องการยื่นขอลี้ภัย เป็นเรื่องของอัยการและมหาดไทยเยอรมัน
เลยขั้นตอนตำรวจไปแล้ว
ตำรวจไทยโดยบิ๊กแป๊ะที่เดินทางไปแฟรงก์เฟิร์ตเมื่อตอนต้นเดือน ได้ไปยื่นเอกสารหลักฐานยืนยันว่าเป็นคดีทุจริตเพื่อหักล้างการขอลี้ภัยไปหมดแล้ว
ตอนนี้ก็เป็นเรื่องของเยอรมันที่จะชั่งน้ำหนักเหตุผล ทั้งสองฝ่าย
ตำรวจไทยทำอะไรไม่ได้แล้ว ต่อให้เป็นตำรวจสากลก็ทำอะไรไม่ได้
ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ ไม่มีเหตุผลอันใดเลย ที่จะมีการไปขอมือตำรวจสากลให้ช่วยอีกรอบ
ระหว่างนี้นอนดูบอลโลกกันไปก่อนจนแข่งจบไปแล้วนั่นแหละ ค่อยมาลุ้นกันใหม่เรื่องพรหมเมธี!