“วงค์ ตาวัน”
พอเริ่มมีพลิกล็อก มีล็อกถล่ม เลยทำให้ความสนุกสนานของบอลโลกยิ่งเพิ่มมากขึ้น ทีมใหญ่ทีมเต็งแชมป์ ทีมระดับแชมป์โลก ถึงขั้นแพ้ทีมเล็ก หรือเสมอ หรือบ้างก็ชนะแบบหืดขึ้นคอ นั่นแสดงให้เห็นว่า ทีมที่เป็นรอง ต่างก็มีพัฒนาการยกระดับฝีเท้าขึ้นมา ทั้งมีความตั้งใจสูงกว่า รวมทั้งโค้ชก็ใช้มันสมองในการศึกษาวางแผนเพื่อต่อกรกับเหล่ายักษ์ใหญ่อย่างได้ผล
นี่ไงที่เขาว่า เป็นสีสันของเวิลด์คัพ ซึ่งเป็นสุดยอดของเกมฟุตบอลในโลกนี้
ขณะเดียวกัน เซียนบอลก็วิเคราะห์ให้ฟังว่า มีสถิติทีมแชมป์โลก มักจะมีผลงานที่ตกวูบลงในสมัยต่อมา หลายต่อหลายทีม
บางคนก็เรียกว่าเป็นอาถรรพณ์
แต่มองอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์ได้ว่า ทีมใหญ่ที่คว้าแชมป์โลก มักจะติดกับดักความสำเร็จของตัวเอง!!
จึงทำให้ไม่มีความเปลี่ยนแปลงในการแข่งขันครั้งต่อมา จึงเริ่มมีหลายปัจจัยที่ทำให้เริ่มมีปัญหา เช่น ยึดติดกับนักเตะชุดเดิม ซึ่งวันเวลาผ่านไปก็เริ่มโรยราตามอายุ
ขณะเดียวกันคู่แข่งซึ่งหากเป็นทีมเล็ก ก็มักจะเตรียมความพร้อมอย่างสูง รวมทั้งมีการศึกษาเกม วางแผนอย่างละเอียด
เมื่อทีมระดับแชมป์ ยังยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ รูปแบบการเล่นก็ไม่เปลี่ยน ทำให้คู่ต่อสู้จับทางได้ คราวนี้เลยไม่ง่าย
ได้ฟังมุมมองของเหล่ากูรูฟุตบอลแบบนี้แล้ว ลองนำมาคิดมาปรับใช้ในเรื่องชีวิตการงานของตัวเองดูบ้าง ก็ไม่เลวทีเดียว
สำคัญสุดทุกอย่างต้องมีพัฒนาก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา
ต้องมีการเปลี่ยนแปลง มีสิ่งใหม่ๆ เช่นเดียวกับโลกที่หมุนไปข้างหน้า
อย่าทำเหมือนการเมืองไทยเรา ที่มีแต่ฉุดให้ถอยหลังไป 30-40 ปี !?!
นำมวลชนมาประท้วงกันเหน็ดเหนื่อย เพียงเพื่อจะให้ทหารยึดอำนาจ แล้วได้รัฐธรรมนูญ มียุทธศาสตร์ชาติ ที่ทำให้ประเทศถอยหลัง
เขาถึงเรียกว่าเป็นพวกฝ่ายอนุรักษนิยมการเมืองล้าหลัง ทำทุกอย่างเพื่อสร้างความล้าหลัง ตามความเชื่อของกลุ่ม ตัวเอง
เป็นหน้าที่ของประชาชนที่เชื่อในหลักประชาธิปไตย ร่วมสนับสนุนพรรคการเมืองที่มีแนวทางก้าวหน้า
เพื่อให้บ้านเมืองเราเดินหน้าให้ได้ อย่าถอยหลัง หรือถูกแช่แข็งอีก 20 ปี!
อีกประการ ดูการถ่ายทอดบอลโลกแล้วได้เรียนรู้กัน อีกอย่าง
นั่นคือ สนามฟุตบอลที่ใช้แข่งขัน มีความจุคนดู 4 หมื่นคนขึ้นไป ถึง 5 หมื่นคน ที่ใหญ่หน่อยก็ 8 หมื่นคน
ลองคะเนด้วยสายตาว่า ผู้คนมหาศาลที่นั่งอยู่รอบสนามฟุตบอลนั้น เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่เกินแสนคน
จะได้รู้เท่าทันพวกที่ชอบหลอกว่ามีคนร่วมชุมนุมการต่อสู้เป็นล้านๆ เป็นสิบล้านคน!?!