ชกไม่มีมุม

วงค์ ตาวัน

เมื่อคดี 99 ศพ ตกไปจากทุกช่องทางของกระบวนการยุติธรรมแล้วเช่นนี้ ทั้งที่มีคนถูกกระสุนจริงยิงตายร่วมร้อย แต่ไม่สามารถเป็นคดีในระบบยุติธรรมของบ้าน เมืองเรา

จะยินยอมให้เป็นเช่นนี้ได้หรือ!?

ขณะนี้มี 2 ทางที่มีผู้ชี้เอาไว้ เพื่อให้คดีฆ่าคนตาย 99 ราย ได้เข้าสู่ระบบกฎหมาย พิสูจน์ความจริงให้ได้

ทางหนึ่ง คือ ยื่นร้องต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ให้ตั้งกรรมการไต่สวนอิสระขึ้นมาพิจารณาสั่งฟ้องใหม่

อีกทาง ฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติตามที่มีชื่อยศสังกัดอยู่ในสำนวนคดี แล้วสืบสาวไปถึงผู้สั่งการตามลำดับชั้น เอาผิดผู้สั่งการระดับบนให้ได้

วิธีหลังนี้ มีผลในทางปฏิบัติมาแล้ว ทั้งจากคดีอาชญากรรมทั่วไป

รวมทั้งในคดีอาชญากรรมการเมือง เมื่อ 6 ตุลาคม 2519!!

ในคดีอาชญากรรมทั่วไปนั้น ตำรวจมือสืบสวนคลี่คลายคดี จะเดิน 2 แนวทาง จากบนลงล่าง คือ เริ่มหาประเด็นสาเหตุ ซึ่งจะบอกถึงคู่ขัดแย้ง เห็นผู้ต้องสงสัยเป็นตัวการ

อีกทางจากล่างขึ้นบน คือ หาผู้ลงมือก่อน เช่น มือปืนที่ลงมือยิง คนร้ายที่ลงมือกระทำ

หลายคดี ได้พยานหลักฐานบ่งชี้คนลงมือกระทำ

จากกล้องวงจรปิด จากรถที่ใช้ในวันก่อเหตุ หรือจากสายข่าวเจ้าหน้าที่ในกลุ่มโจรมือปืน

อาจจะจับคนลงมือได้ แล้วสาวต่อถึงคนจ้างวาน อาจจะมีหลายทอด แต่สุดท้ายก็ถึงผู้จ้างวานตัวใหญ่ ผู้บงการตัว จริงได้

นี่คือการสาวจากล่างไปยังตัวการด้านบน ที่ทำสำเร็จมาบ่อยๆ!

ในคดีอาชญากรรมทางการเมือง 6 ตุลาฯ หลังจากฆ่าหมู่ในธรรมศาสตร์แล้ว ยังจับกุมผู้นำนักศึกษา 18 คน ตกเป็นจำเลยข้อหาร้ายแรง เป็นกบฏ เป็นคอมมิวนิสต์

ในระหว่างสืบพยานในศาลทหารนั้น ทนายจำเลยคือฝ่ายนักศึกษา ได้ซักค้านพยานของอัยการศาลทหาร ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ โดยถามถึงคนสั่งการให้มายังธรรมศาสตร์

จากชั้นประทวน นำไปสู่การเบิกตัวนายร้อย ขึ้นไปถึงนายพัน จนถึงนายพล เพื่อมาขึ้นศาล

เท่ากับเปิดตัวคนสั่งการให้มาปฏิบัติการที่ธรรมศาสตร์ตามลำดับขึ้นไปเรื่อยๆ

น่าเสียดายที่ต่อมารัฐบาลพล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ชิงนิรโทษกรรมคดี 6 ตุลาฯ ปล่อยจำเลยทั้งหมด และ ช่วยให้คนลงมือกระทำรอดพ้นไปด้วย

ส่วนหนึ่งเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง

แต่อีกส่วนน่าเชื่อว่า หวั่นเกรงการสืบสาวไปถึงคนเกี่ยวข้องกับการเข่นฆ่า 6 ตุลาฯ

ที่แน่ๆ เป็นคดีตัวอย่างสำหรับคดี 99 ศพ ในการสืบสาวจากล่างขึ้นหาผู้สั่งการ!

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน