“วงค์ ตาวัน”
เอาเป็นว่า หลายต่อหลายฝ่ายต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า คดี 99 ศพ ยังจบไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะทั้งมีคนตายมากมาย มีศพมากที่สุดในทุกเหตุการณ์ปราบปรามการชุมนุมของประชาชน ทั้งยังเป็นปฏิบัติการที่ศอฉ.ใช้เจ้าหน้าที่ทหารอย่างโจ่งแจ้ง มีภาพถ่าย มีวิดีโอบันทึกเอาไว้เต็มไปหมด
พยานหลักฐานหนาแน่นอย่างยิ่ง!
อีกทั้งมีการทำสำนวนไต่สวนชันสูตรศพ และศาลได้ชี้ผลไปแล้วว่า จำนวน 17 ศพว่า ตายด้วยกระสุนปืนความเร็วสูงที่ยิงจากเจ้าหน้าที่ศอฉ. หรือยิงจากฝั่งเจ้าหน้าที่ศอฉ.
ขนาดนี้แล้ว ยังไม่สามารถเป็นคดีความอะไรได้เลย เป็นไปได้อย่างไร
เอาเป็นว่าวันนี้ยังไม่มี แต่วันหน้าคงจะต้องมี ให้ได้!!
ไม่ว่าจะด้วยวิธีการ ยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ ในฐานะใช้อาวุธสงครามแล้วกระทำผิดพลาดจนมีประชาชนถึงแก่ความตาย
โดยประชาชนเหล่านั้น ไม่มีศพใดเลยที่มีอาวุธในมือ ไม่มีเขม่าดินปืนในมือ
อ้างว่าจะยิงต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย ชายชุดดำ แต่คนตายทั้ง 99 ศพ ไม่มีผู้ก่อการร้ายแม้แต่ศพเดียว
อย่างนี้ก็ต้องหาช่องทางฟ้องจากข้างล่าง สืบสาวขึ้นไปสู่ข้างบนให้ได้
เป็นอีกช่องทางในการพึ่งกระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความจริงของคดีนี้กันต่อไป
ขณะที่การทำสำนวนของดีเอสไอก่อนหน้านี้ มีการสอบสวนเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ ในจุดต่างๆ ที่เกิดการยิงเอาไว้มากมาย มีชื่อสังกัดครบถ้วน
ฟ้องจากผู้กระทำ เพื่อให้ซัดทอดต่อไปถึงผู้บังคับบัญชาที่สั่งการตามลำดับชั้น!
เหมือนวิธีสืบจากข้างล่างขึ้นบน ในคดีอาชญากรรมที่ตำรวจทำสำเร็จมาแล้วหลายคดี โดยสืบจากมือปืนขึ้นไปถึงคนจ้างวาน
เหมือนการสืบพยานคดีอาชญากรรมการเมือง สังหารหมู่ 6 ตุลาคม 2519 ที่สามารถสาวขึ้นไปถึงคนสั่งการเป็นชั้นๆ มาแล้ว
ดังนั้นคดี 99 ศพ ก็น่าจะต้องอาศัยแนวทางนี้
หรืออีกแนวทางหนึ่งคือ การยื่นร้องต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เพื่อให้ตั้งกรรมการอิสระขึ้นมาไต่สวนเพื่อรื้อฟื้นคดี 99 ศพต่อไป
นั่นคือการต่อสู้ต่อไป เพื่อหาความจริงผ่านกระบวนการยุติธรรม
ขณะที่การต่อสู้ในทางการเมืองก็เป็นอีกแนวรบ สำหรับญาติมิตรผู้สูญเสีย
คนตายส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง
แต่ละคนมีพ่อแม่พี่น้องมีเพื่อนสนิทมิตรสหาย
ย่อมสามารถแสดงพลังทางการเมืองในวันเลือกตั้งได้!!