ชกไม่มีมุม : เดี๋ยวออกเดี๋ยวรื้อ เดี๋ยวตั้งเดี๋ยวปลด

“วงค์ ตาวัน”

บรรดานักวิเคราะห์การเมืองคงเห็นพ้องต้องกันว่า ระยะนี้ผู้กุมอำนาจการเมืองและเครือข่าย ออกอาการแกว่งๆ อย่างประหลาด เหมือนเครียด เหมือนกังวล แล้วก็ต้องใช้อำนาจจัดการสิ่งต่างๆ อย่างจ้าละหวั่น แต่ก็เหมือนกับการใช้อำนาจมากเกินไป จนประชาชนเริ่มรู้สึกว่าเกินงาม

อย่างกรณีสมาชิก สนช. 36 คนเข้าชื่อ ขอแก้ไขพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต. เพื่อจะโละผู้ตรวจการเลือกตั้ง

ซึ่งไม่มีใครเชื่อหรอกว่า สนช.ชุดนี้จะคิดเอง ทำเอง

แต่ภาพที่ออกมา ทำให้ชาวบ้านเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันไปทั้งบ้านทั้งเมือง ว่ามันเรื่องอะไร ที่สนช.จะขอแก้กฎหมายที่ตัวเองเพิ่งให้ความเห็นชอบออกมาเอง แถมเพิ่งออกมาใช้ในระยะเวลาอันสั้นๆ อีกด้วย

เดี๋ยวออกกฎหมายเอง เดี๋ยวก็จะแก้เสียเอง!

ราวกับ คิดจะทำอะไรก็ทำ คิดจะแก้สิ่งที่เพิ่งทำก็แก้

แปลว่าที่คิดทำกันไปแล้วนั้น ไม่รอบคอบ ไม่มีคุณภาพหรืออย่างไร

แต่ที่แน่ๆ ก็พอจะรู้กันว่าการขอแก้กฎหมายที่เพิ่งเห็นชอบเองดังกล่าว

มาจากผู้มีอำนาจไม่ไว้วางใจกกต.ชุดปัจจุบันที่โดนเซ็ตซีโร่ แต่ในช่วงที่ยังต้องทำงานต่อไปพลางๆ ก่อน พอไปเดินหน้าตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งออกมาเอง

ก็เลยยอมกันไม่ได้ ต้องล้างไพ่

กระนั้นก็ตามตอนนี้ก็ติดปัญหาว่า ผลการทำประชาพิจารณ์กรณีการแก้กฎหมายเจอเสียงค้านมาก อาจจำเป็นต้องถอย ต้องถอน

แต่จับตากันให้ดี อาจจะถอยแค่สนช.

สุดท้ายอาจมีการใช้อำนาจพิเศษ เพื่อจัดการกับผู้ตรวจการเลือกตั้งชุดนี้ก็ได้!?

อีกเรื่องสดๆ ใหม่ๆ หมาดๆ ตอกย้ำอาการแกว่งอย่างประหลาด

ก็คือการเรียกประชุมด่วนคสช. เพื่อปลดเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ทั้งที่พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร เพิ่งได้รับแต่งตั้งจากผู้มีอำนาจชุดนี้แหละให้เป็นเลขาฯปปง.

ที่สำคัญผ่านการโปรดเกล้าฯ แล้วด้วย

แต่ทำงานได้ไม่กี่เดือน ก็ต้องมาเรียกประชุมด่วน คสช.เพื่อย้ายไปตบยุง ไปเป็นผู้ตรวจฯสำนักนายกฯ

นี่ก็เข้าทำนองเดี๋ยวตั้ง เดี๋ยวปลด!?!

ช่วงโค้งสุดท้ายซึ่งวันเวลาบังคับจะต้องเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งเพื่อคืนประชาธิปไตยให้ประชาชน

แต่เพราะการวางแผนเพื่อจะอยู่ต่อไปในยุคหน้า ก็เลยเครียด ก็เลยแกว่งอย่างนี้!