ชกไม่มีมุม : ยอมรับว่ารัฐประหาร มีเงื่อนไขทำได้ด้วยหรือ

“วงค์ ตาวัน”

ความจริงไม่ใช่แกนนำประชาธิปัตย์ทุกคน ที่โดดเข้าร่วมม็อบชัตดาวน์ ซึ่งทำให้สถานการณ์ไปสู่ทางตัน นำไปสู่การรัฐประหาร เพราะเชื่อว่าหลายคนก็มองออกแล้วว่า ถ้ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ยอมยุบสภา แต่ม็อบบอกว่าไม่เอา ขอปฏิรูปก่อน แปลว่าคือเรียกหาปฏิวัติ

เพราะถ้าไม่เดินตามแนวทางเลือกตั้ง ก็หมายถึง ให้ทหารออกมายึดอำนาจ

แต่แกนนำประชาธิปัตย์ ที่ไปกอดกันกลมกับเทพเทือก คงอธิบายยากหน่อย ว่าไร้เดียงสาไม่รู้เลยหรือว่า สถานการณ์ ชัตดาวน์ขณะนั้น ถ้าไม่ยอมเลือกทางออกตามที่เขายุบสภา จะนำไปสู่อะไร

ครั้นผ่านมา 4 ปี กระแสสังคมเริ่มเปลี่ยน เพราะประชาชนเริ่มตระหนักถึงการสูญเสียอำนาจทางการเมืองในมือ ตัวเองไป และปัญหาเศรษฐกิจบีบรัด

พรรคการเมืองต่างๆ เริ่มพบกับความยากลำบากจากกลไกและกติกาของรัฐบาลทหาร

คราวนี้ก็เริ่มปัดความรับผิดชอบพัลวันว่า ตอนนั้นไล่รัฐบาลทุนสามานย์ แต่ไม่ได้เรียกหารัฐประหาร!

ทั้งๆ ที่เขายุบสภา แต่ไม่ยอมเลือกทางนี้

แล้วไม่ใช่การเรียกหารัฐประหารได้อย่างไร!?

ตอนนี้แกนนำประชาธิปัตย์ที่ไปเป่านกหวีด เริ่มเล่นมุขเดิมที่เคยถูกสวนหมัดมาแล้ว

นั่นคือ เสียงแข็งว่าประชาธิปัตย์ไม่ได้เรียกทหาร แต่พรรคเพื่อไทยเอง มีพฤติกรรมจนกลายเป็นเงื่อนไข ให้ทหารเข้ามายึดอำนาจ

ครั้งหนึ่งแกนนำประชาธิปัตย์ เคยโดนณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ตอกกลางจอทีวีมาแล้วว่า

นักประชาธิปไตยยอมรับได้ด้วยหรือ ว่าการรัฐประหารมีเงื่อนไขทำได้!!

นั่นสิ ต้องช่วยกันนำมาเน้นย้ำว่า ยอมรับได้ด้วยหรือว่า เขารัฐประหารเพราะมีสาเหตุให้ทำได้

ประเด็นสำคัญสุดคือ ระหว่างผลประโยชน์ของพรรคตัวเอง กับการรักษาประชาธิปไตย อะไรสำคัญกว่ากัน

ถ้าบอกว่าต้องปฏิรูปก่อน ยังเลือกตั้งไม่ได้ แปลว่า ไม่เห็นประชาชนอยู่ในสายตา แถมดูหมิ่นดูแคลนด้วยซ้ำว่า ยังปล่อยให้ประชาชนมีสิทธิมีเสียงไม่ได้

การยึดหลักประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง คือ เชื่อมั่น ในประชาชนว่าสามารถมีส่วนร่วมตัดสินใจทางการเมืองได้

เหมือนกับแกนนำเสื้อเหลือง พูดจาให้ประชาชนฮากันไปทั้งเมืองเมื่อไม่นานมานี้!

พอเห็นทักษิณเริ่มเคลื่อนไหว เริ่มพูดจาออกข่าวว่า ปลุกแฟนคลับและชาวพรรคเพื่อไทย ให้ร่วมกันต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

เท่านั้นแหละ แกนนำเสื้อเหลืองบางคนบอกว่า ถ้าทักษิณยังไม่เลิกเช่นนี้ ความขัดแย้งในบ้านเมืองก็คงไม่จบแน่นอน!?

ชาวบ้านพากันถามว่า ทักษิณปลุกให้ต่อสู้ในการเลือกตั้งแท้ๆ กลายเป็นเรื่องก่อความขัดแย้งไปจนได้

ยังไม่เข้าใจและไม่เคารพระบบที่ให้ประชาชนมีอำนาจทางการเมืองอยู่อีกหรือ!?!

บทความก่อนหน้านี้บทบรรณาธิการ : คลายล็อก
บทความถัดไปทิ้งหมัดเข้ามุม : ทำไม “บิ๊กตู่” หงุดหงิด