คอลัมน์ ชกไม่มีมุม : เลือกตั้งเปิดเผย อย่าซ้ำรอยกูมี
โดย “วงค์ ตาวัน”
ความจริงแล้ว ปัญหาความขัดแย้งแตกแยกในสังคมไทยที่ต่อเนื่องมากว่า 10 ปีนั้น ยังคงมีกลุ่มความคิดที่แตกต่างกันอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ลดอุณหภูมิลงไป ไม่ดุเดือดเลือดพล่านเหมือนที่ผ่านๆ มา
แต่เรื่องคิดต่างของคนในสังคม ไม่ใช่เรื่องแปลก ทั่วโลกมีทั้งนั้น แต่ส่วนใหญ่เขายอมรับว่า สามารถอยู่ร่วมกันได้ และต่อสู้กันด้วยความคิด อย่างสันติ แล้วไปตัดสินกันในวันเลือกตั้ง
ประเทศที่เจริญทั่วโลก อยู่ด้วยประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งตามวาระ ไม่มีใครแพ้แล้ววางแผนทำให้บ้านเมืองเข้าทางตัน เพื่อให้รถถังออกมา
สำหรับบ้านเมืองเรา การเลือกตั้งที่กำลังจะมีในต้นปีหน้า ถือได้ว่า เป็นส่วนช่วยให้สังคมได้คลี่คลายไปในทิศทางที่ถูกต้อง
หลายฝ่ายหวังอย่างยิ่งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขความขัดแย้ง ด้วยสันติวิธี!
พรรคฝ่ายไหนจะชนะหรือแพ้ ก็ขึ้นกับการตัดสินใจของประชาชนในวันเดินเข้าคูหา
ฝ่ายไหนแพ้ ก็ไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ตรวจสอบรัฐบาล เอาข้อมูลมาตีแผ่ให้ประชาชนได้รับรู้ พร้อมกับนำเสนอแนวทางการทำงานของฝ่ายตนเองให้ประชาชนได้พิจารณา
เลือกตั้งครั้งต่อไป ให้ประชาชนตัดสินใหม่ ฝ่ายแพ้อาจพลิกกลับมาชนะก็ได้
กติกาแบบนี้เขาใช้กันมาทั่วโลก จึงไม่ทำให้ความขัดแย้งลุกลามกลายเป็นรุนแรง
ถ้าบ้านเรายึดถือในหลักการเดียวกันนี้อย่างมั่นคง สังคมจะก้าวหน้าไปกว่านี้ตั้งนานแล้ว
ไม่ควรเหมือนพายเรือวนในอ่างอย่างที่ทำกันมา
หวังว่า คนที่เคยหลงไปร่วมเป็นเครื่องมือล้มประชาธิปไตย จะมีบทเรียน
ที่ว่า เตะหมูเข้าปากหมาคืออะไร ต้องทบทวนกันให้ดี!
อีกแง่หนึ่งสำหรับการเลือกตั้งในต้นปี 2562 มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ย่างก้าวแรกของการกลับสู่ประชาธิปไตย เป็นไปอย่างราบรื่นมั่นคง
กรณีการรวมตัวของนักวิชาการ นักศึกษา นักสิทธิเสรีภาพ องค์กรประชาชนต่างๆ ก่อตั้งเครือข่ายเฟ เมื่อ เร็วๆนี้
จะเป็นเครือข่ายจับตากระบวนการเลือกตั้ง ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงปลายทาง!
เพื่อให้บริสุทธิ์ เที่ยงธรรม ไม่มีการใช้อำนาจเพื่อเอารัดเอาเปรียบ ทำให้เป็นการเลือกตั้งที่นำความหวังมาสู่สังคมไทย ว่าจะแก้ไขความขัดแย้งได้บนเวทีสันติ
นอกจากนี้ยังมีความเคลื่อนไหวเชื้อเชิญองค์กรนานาชาติ ที่ทั่วโลกเชื่อถือ ให้เดินทางเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นที่ยอมรับในทางสากล
ท่าทีของคสช. ของรัฐบาลที่เหมือนปิดประตู ไม่ยอมให้โลกเข้ามาร่วมสอดส่อง ควรทบทวนเสียใหม่!?
ใจเร็วใจร้อนไม่เปิดเผยไม่เปิดกว้าง ไม่เป็นผลดีกับตัวเองแน่นอน
จะส่งผลตรงกันข้าม แบบกรณีเพลงแร็พประเทศกูมีนั่นแหละ!