สถานการณ์ราคาปาล์มกับฤดูน.ร.เปิดเทอม
คอลัมน์ ชกไม่มีมุม
สถานการณ์ราคาปาล์มกับฤดูน.ร.เปิดเทอม : ชกไม่มีมุม – ข่าวจากภาคใต้ในช่วงระยะนี้ ที่หนักหนาสาหัสที่สุด ไม่พ้นเรื่องราคาปาล์มตกต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี ร่วงจนเหลือกิโลกรัมละ 1.80 บาท ไปจนถึง 1.60 บาท ทำให้ชาวสวนต้องออกมาร้องขอความช่วยเหลือ รวมถึงนักการเมืองแห่งพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นพรรคตัวแทนคนใต้ต้องออกมาร่วมเรียกร้องด้วย
เสียงร้องนี้ดังมาหลายสัปดาห์ แต่ก็ยังระงมต่อไป
จนล่าสุดเข้าสู่ช่วงที่เด็กๆนักเรียนกำลังจะเปิดเทอม หมายถึงค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ผู้ปกครอง
ค่าเสื้อผ้าชุดนักเรียน ค่าเล่าเรียน
ขณะที่ข่าวจากปักษ์ใต้วันสองวันนี้ก็คือ ร้านขายชุดนักเรียนอยู่ในสภาพซบเซา สะท้อนกำลังจับจ่ายของชาวบ้าน!
ไปถามพ่อแม่เด็กๆก็ตอบว่า คงต้องกัดฟันไปซื้อเสื้อผ้าให้ลูกสัก 1 ชุดให้พอมีชุดใหม่ๆไว้ใช้ แต่ซื้อมากหลายชุดคง ไม่ได้
โดยส่วนใหญ่บอกว่า พืชผลสำคัญของคนใต้ ราคาตกต่ำมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา
ดังที่รู้กันอยู่แล้วว่า ราคายางพาราก็ร่วงหนัก ราคามะพร้าวก็ตกหนัก
ตอนนี้ก็ราคาปาล์มที่กำลังเป็นข่าวโด่งดัง
เมื่อทุกอย่างยังไม่ดีขึ้น แล้วรายจ่ายที่เข้ามาประดังคือเข้าสู่ช่วงเปิดเทอมของนักเรียน ขณะที่สภาพเศรษฐกิจยังไม่เอื้ออำนวย
จึงเกิดบรรยากาศซึมๆเซ็งๆดังที่เห็น
อันที่จริง ทุกข์หนักของชาวบ้านในด้านเศรษฐกิจปากท้อง คงไม่ใช่แค่ภาคใต้เท่านั้น
ทั่วทุกภาคเป็นเหมือนกันหมด!
เพียงแต่ปักษ์ใต้ กำลังมีเรื่องราคาปาล์มมาเป็นข่าวใหญ่พอดี จึงกลายเป็นจุดสนใจขึ้นมาเป็นพิเศษ
อีกทั้งภาพรวมในอดีตนั้น ต้องนับว่าพื้นที่ภาคใต้มีสภาพเศรษฐกิจที่ดีที่สุด เมื่อก่อนนั้น เด็กหนุ่มๆวัยรุ่นแค่ตื่นเช้ามืดไปรับจ้างกรีดยาง ก็มีเงินติดกระเป๋ากินเที่ยวได้ทั้งวันแล้ว
จนกระทั่งนักการเมืองใหญ่บางราย นำคนปักษ์ใต้เข้าไปร่วมต่อสู้ทางการเมือง!
สู้กับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ในขณะที่ราคายางอยู่ที่โลละ 90 บาท
พอได้รับชัยชนะทางการเมือง ผลก็คือราคายางดิ่งไปที่ 3 โลร้อย ตามด้วยมะพร้าวและปาล์ม
ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์อย่างหนัก ไปจนถึงพรรคเกิดใหม่ที่เป็นแกนนำนกหวีดก็แทบไม่ได้เกิด
เป็นบทสรุปที่คนปักษ์ใต้คงเป็นผู้ทบทวนได้ดีที่สุด
พร้อมๆกับต้องเตรียมรับมรสุมปากท้องราคาพืชผลต่อไป ถ้าโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ก็ยังเหมือนเดิม!
วงค์ ตาวัน