ชิงเก้าอี้นายกฯ เหมือนง่ายแต่ไม่ง่าย
คอลัมน์ ชกไม่มีมุม
โดย วงค์ ตาวัน
ชิงเก้าอี้นายกฯ – การเมืองไทยหลังเลือกตั้งเมื่อ 2 เดือนกว่าที่ผ่านมา ได้เดินทางมาถึงจุดสำคัญอีกครั้งในวันนี้ โดยมีวาระประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในช่วงสายของวันที่ 5 มิถุนายนนี้
500 เสียงของส.ส. กับ 250 เสียงของส.ว. จะร่วมกันลงมติ โดยผู้ที่ได้รับแต่งตั้งต้องได้เสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งหรือ 375 เสียง
ความที่รัฐธรรมนูญเขียนบทเฉพาะกาลให้ส.ว.ร่วมโหวต เท่ากับว่ากำหนดความได้เปรียบล่วงหน้าให้กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เอาไว้แล้ว!
มีพรรคส.ว. 250 เสียงแน่ๆ หาจากส.ส.อีกแค่ 126 เสียง ก็จบ
ลำพังพลังประชารัฐเองมี 116 เสียง เพิ่มอีกแค่ 10 เสียงเท่านั้นก็ชนะยกแรกแล้วแน่นอน
แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ทุกอย่างย่อมมี 2 ด้าน!?!
บรรยากาศการประชุมร่วม 2 สภาในวันนี้ จะต้องมีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯของพรรคอื่นๆด้วย
เช่น พรรคร่วมฝ่ายประชาธิปไตย 7 พรรค จะเสนอชื่อ ของเพื่อไทย หรืออาจจะของอนาคตใหม่ คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ขึ้นมา
แม้กระทั่งประชาธิปัตย์ ก็ยังสงสัยว่าการเจรจากับพลังประชารัฐลงตัวหรือยัง จะมีชื่อจากบัญชีนายกฯของประชาธิปัตย์โผล่ขึ้นมาเป็นขั้วที่ 3 หรือไม่
นั่นเท่ากับว่า จะเปิดช่องให้มีการถกเถียงอภิปรายกันในสภา
แล้วประเด็นคุณสมบัติผู้จะมาเป็นนายกฯ ก็จะงัดกันขึ้นมาชำแหละกันอย่างดุเดือด
ประเด็นนี้ ฝ่าย 7 พรรคเปิดข้อมูลออกมาแล้ว พุ่งเป้าใส่พล.อ.ประยุทธ์เต็มๆ!
สถานะหัวหน้าคสช.และการรัฐประหาร 2557 จะเป็นคำถาม ร้อนๆ
แม้ว่าสุดท้ายเสียงที่จะโหวตให้พล.อ.ประยุทธ์เหนือกว่าทุกประตู แต่ต้องยอมรับว่ากระแสสังคมในวันนี้ ส่งผลรุนแรงต่อการตัดสินใจของทุกส.ส.และทุกพรรคการเมือง
ดังจะเห็นได้ว่า เลือกตั้งกันไปตั้งแต่ 24 มีนาคม กว่า 2 เดือนมาแล้ว การเมืองยังไม่ชัดเจน ท่ามกลางบรรยากาศที่ผู้คนในสังคมแสดงความคิดเห็นกันอย่างดุเดือด
ทำให้ 2 พรรคตัวแปร ประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทย ต้องกำหนดย่างก้าวอย่างระมัดระวัง เลยอึมครึมมาจนถึงวันนี้!
แต่ทั้งหมดพลังประชารัฐก็ยังถือไพ่เหนือกว่า เพราะมีพรรค 250 ส.ว.
ล่าสุดก็เพิ่งเปิดพันธมิตร 5 พรรค รวมพลังประชาชาติไทย, ชาติพัฒนา, พลังท้องถิ่นไทย, รักษ์ผืนป่าประเทศไทย และประชาชนปฏิรูป เมื่อรวมกับพลังประชารัฐก็ 130 เสียงเข้าไปแล้ว
โหวตพล.อ.ประยุทธ์ ชนะและตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยก็ได้
ลงเอยจะเป็นรัฐบาลเสียงมากหรือเสียงน้อยต้องติดตามกันต่อไป อันหมายถึงอายุของรัฐบาล
ไปจนถึงอนาคตของแต่ละพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้า ท่ามกลางสายตาประชาชน!