หน้าไม่เหมือนกัน คนจึงไม่เท่าเทียมกัน : ชกไม่มีมุม

หน้าไม่เหมือนกัน คนจึงไม่เท่าเทียมกัน

หน้าไม่เหมือนกัน คนจึงไม่เท่าเทียมกัน

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

โดย… วงค์ ตาวัน

หน้าไม่เหมือนกัน คนจึงไม่เท่าเทียมกัน – จากการอภิปรายในสภาวันลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น มีส.ส.พรรคแกนนำตั้งรัฐบาลรายหนึ่ง อภิปรายอย่างเปิดเผยชัดเจนถึงความคิดอุดมการณ์ในทางการเมืองของตนเองว่า “คนเราไม่มีทางเท่าเทียมกัน”

แม้จะเป็นความคิดของคนคนเดียว จะเหมารวมทั้งพรรคดังกล่าวคงไม่ได้ แต่มองให้ลึกลงไป กลุ่มก้อนการเมืองที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยนั้น

เป็นพวกที่มีแนวทางอนุรักษนิยมทางการเมือง โดยมองว่าการเมืองในบ้านเรา ต้องมีฝ่ายกองทัพ ชนชั้นสูง กำกับควบคุมอยู่

จะปล่อยให้เป็นประชาธิปไตยแบบเสรีเต็มที่ไม่ได้ จะให้นักการเมืองมีอำนาจการเมืองเต็มมือไม่ได้

พื้นฐานความคิดนี้ก็คือ ไม่เชื่อว่าประชาชนทั่วไปควรมีสิทธิในทางการเมืองอย่างมากมายนัก

ความคิดแบบนี้จึงกำหนดให้มีรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ให้อำนาจ 250 ส.ว.อยู่เหนือฝ่ายสภาผู้แทนฯในการเลือก นายกฯ

และความคิดแบบนี้ ก็ไม่เชื่อเรื่องสิทธิของคนต้องเท่าเทียมกันนั่นเอง!

ในการอภิปรายของส.ส.คนดังกล่าว วิพากษ์วิจารณ์นายธนาธรว่า มีปัญหาจริยธรรม คุณธรรม ศีลธรรม โดยอ้างข้อมูลในสังคมออนไลน์ ทำนองว่า มีมุมมองลักษณะสังคมเราไม่ต้องเคารพผู้ใหญ่ พูดไอๆยูๆกัน ไม่ต้องมีลุงป้า ไม่ต้องมีความเคารพอะไรกัน

ส.ส.คนนี้เน้นย้ำด้วยว่า นายธนาธรและอนาคตใหม่ เรียกร้องสิทธิเท่าเทียมกัน ทั้งที่คนเราเกิดมาไม่มีทางเท่าเทียมกัน หน้าตาก็ไม่เหมือนกัน การศึกษาก็ไม่เท่ากัน

“ไม่มีอะไรเท่ากันในโลกนี้หรอก” กล่าวอย่าง หนักแน่นมาก!!

ทำให้นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำอนาคตใหม่ต้อง ลุกขึ้นมาตอบโต้ว่า นอกจากเป็นการอภิปรายแบบชกใต้เข็มขัดแล้ว ยังเป็นการยืนยันให้เห็นถึงความคิด ไม่สนับสนุนความเสมอภาค เห็นว่าคนไม่เท่ากัน

แต่อนาคตใหม่และขั้ว 7 พรรค เชื่อว่าคนเท่าเทียมกัน มีความเสมอภาคกัน

นั่นคือบทสรุปจากแกนนำอนาคตใหม่ ซึ่งก็อธิบาย ภาพรวมของการเมือง 2 ขั้วได้ชัดเจน

เพราะถ้าเชื่อว่าคนเท่าเทียมกัน ย่อมต้องสนับสนุนระบบเลือกตั้งที่เปิดเผยเสรีมากกว่านี้

คนที่จะเป็นนายกฯ ต้องโดดลงมาในสนามเลือกตั้ง อย่างเต็มตัว

ด้วยมีความเชื่อและศรัทธาในอำนาจในมือ ประชาชนจริงๆ

ภาพการเมืองที่ได้เห็นกันวันนี้ กรณีอำนาจส.ว. คงทำให้กระแสการแก้รัฐธรรมนูญ ได้รับการขานรับมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่จะแก้ได้หรือไม่ ก็ต้องวัดพลังกันกับฝ่ายอนุรักษนิยมที่ต้องปกปักรัฐธรรมนูญเอาไว้สุดๆ

เพียงแต่อย่าได้อ้างเหตุผลตลกๆ เช่น คนเราหน้าตา ไม่เหมือนกัน คนเรา 5 นิ้วยังไม่เท่ากัน

หน้าไม่เหมือน นิ้วไม่เท่ากัน นี่นะหรือ จะกลายเป็นเหตุผลเพื่อกดทับสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้!

บทความก่อนหน้านี้เผด็จการรัฐสภา : บทบรรณาธิการ
บทความถัดไปไฟชอร์ตเขยฝรั่งดับคาบ้านสวน! เมียเศร้าจุดธูปบอกวิญญาณ “เธอเป็นคนดีมาก ไปสู่สุขคตินะ”(คลิป)