ย้อนคดีเอกยุทธ ต่างกับคดีนักกิจกรรม

ย้อนคดีเอกยุทธ ต่างกับคดีนักกิจกรรม

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

วงค์ ตาวัน

ย้อนคดีเอกยุทธ ต่างกับคดีนักกิจกรรม – จากคดีกลุ่มชายฉกรรจ์รุมทำร้าย “จ่านิว” ซึ่งไม่พบปมสาเหตุอื่น นอกจากการเป็นนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตย รวมถึงก่อนหน้านี้มีการทำร้ายนักกิจกรรมอื่นอีก 2 ราย รวมกว่าสิบครั้ง

โดยที่ฝ่ายรัฐแสดงการเพิกเฉยมาตลอด จนเปรียบกันว่านั่นคือคำสารภาพในตัวเองที่ชัดเจน

ขณะเดียวกัน มีกองเชียร์ที่ห่วงใยผู้มีอำนาจยุคนี้ มากกว่าสวัสดิภาพของประชาชนคนเดินดิน ได้พยายามอ้างอิงคดีสังหารนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจคนดัง!?

ทำนองว่า นั่นแหละคือการกระทำโดยอำนาจรัฐยุค ยิ่งลักษณ์ เพราะนายเอกยุทธ ยืนอยู่ตรงข้ามรัฐบาล แล้วใช้คำกำกวมว่า คดีเอกยุทธที่ยังเป็นปริศนาถึงทุกวันนี้

ทั้งที่ข้อเท็จจริงคือ มีการจับกุมผู้กระทำผิดถึง 6 คน ส่งฟ้องพร้อมพยานหลักฐาน ทั้งหมดรับสารภาพ จนศาลตัดสินว่าทั้งหมดผิดจริง และคดีถึงที่สุดครบถ้วนทุกศาลแล้ว

จำเลยทั้ง 6 คน ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ไม่เคยมีคนใดคนหนึ่งที่ปฏิเสธข้อหา หรือร้องเรียนว่าตนเองเป็นแพะเลย!!

นี่คือข้อเท็จจริง ผ่านการพิสูจน์โดยกระบวนการศาลจนจบสิ้นแล้ว ไม่ใช่การเอาอคติมาบดบังความจริง

ย้อนดูคดีฆ่านายเอกยุทธ เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 6-9 มิถุนายน 2556 โดยนายสันติภาพ หรือบอล เพ็งด้วง คนขับรถประจำตัวนายเอกยุทธ ได้วางแผนและลงมือ พร้อมด้วยนายสุทธิพงศ์ หรือเบิ้ม พิมพิสาร เพื่อนสนิท

ใช้ปืนและมีดจี้จับนายเอกยุทธ เอาไปกักขัง บังคับให้เขียนเช็กเงินสด 5 ล้านพร้อมกับชิงทรัพย์สินอื่น รวมทั้งสิ้น 6.6 ล้านบาท ก่อนรัดคอฆ่า เพราะนายเอกยุทธพยายามหลบหนี

จากนั้นขับรถโฟล์กตู้ของนายเอกยุทธ นำศพไปยังบ้านที่พัทลุง ร่วมกับเพื่อนคือ นายชวลิต วุ่นชุม และนายทิวากร เกื้อทอง ฝังในไร่ร้าง

หลังแบ่งทรัพย์สินให้เพื่อนที่ร่วมกันลงมือแล้ว นำเงินสดอีกส่วนมอบให้พ่อแม่ไปเก็บเอาไว้

ต่อมานายบอล ถูกจับขณะขับรถโฟล์กตู้ของนายเอกยุทธ กลับเข้ากทม. และยอมรับสารภาพ

เมื่อนำไปชี้จุดฝังศพก็พบศพตรงคำให้การ ชี้จุดเก็บเงินสดและทรัพย์สินก็ตรงหมด!

นายบอลกับเพื่อนและพ่อแม่ตัวเอง ตกเป็นจำเลยทั้ง 6 คน ไม่เคยโวยวายว่าเป็นแพะแม้แต่ครั้งเดียว

ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อ 30 ธันวาคม 2557 ให้ประหารชีวิตนายบอล และนายเบิ้ม จำเลยที่ 1-2

แต่คำให้การสารภาพเป็นประโยชน์อยู่บ้างจึงลดเหลือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนอีก 4 จำเลยติดคุกทุกราย ลดหลั่นกันไป

30 มิถุนายน 2559 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โดย 5 จำเลยไม่ขอสู้ชั้นฎีกา มีแค่พ่อของนายบอล จำเลยที่ 5 ซึ่งโดนคุก 1 ปีเศษ ยื่นฎีกาขอให้ลดโทษ

18 ตุลาคม 2560 ศาลฎีกาพิพากษายืน ไม่ลดโทษให้จำเลยที่ 5 เป็นอันจบคดี ถึงที่สุด!!

ทั้งหมดนี้เป็นข่าวครึกโครมเปิดเผย

ไม่มีอะไรเป็นปริศนา และไม่มีอะไรเหมือนกับคดีทำร้ายนักกิจกรรมประชาธิปไตย!

บทความก่อนหน้านี้ลุ้นครึ่งปีหลัง
บทความถัดไปสามจังหวัดภาคใต้จะเกิดสามประสานได้ไหม