พ้นมลทินก่อการร้าย ปิดฉากวาทกรรมใส่ร้าย

พ้นมลทินก่อการร้าย

พ้นมลทินก่อการร้าย ปิดฉากวาทกรรมใส่ร้าย

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

วงค์ ตาวัน

พ้นมลทินก่อการร้าย ปิดฉากวาทกรรมใส่ร้าย – เมื่อศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง 24 แกนนำนปช. ทั้งนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายขวัญชัย ไพรพนา และอีกหลายๆ คน

พ้นจากข้อกล่าวหาก่อการร้าย จากเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อปี 2553

เป็นการพิสูจน์ตัวเองของเหล่าแกนนำเสื้อแดง ผ่านกระบวนการพิจารณาคดีในศาลยุติธรรม

รวมทั้งยังช่วยยืนยันถึงการสร้างวาทกรรมใส่ร้าย ที่คนเหล่านี้ถูกกระทำมาตลอด โดยคำพิพากษาของศาลบ่งชี้ว่า ไม่ใช่ความจริงแต่อย่างใด!

คดีนี้แกนนำนปช.ถูกฟ้องร้องด้วยข้อหามากมาย

โดยคำฟ้องระบุว่า มีพฤติกรรมยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มนปช. ต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 20 พฤษภาคม 2553 เพื่อกดดัน ต่อต้านรัฐบาล และบังคับขู่เข็ญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น ให้ประกาศยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ อ้างว่านายอภิสิทธิ์มาเป็นนายกฯโดยมิชอบ และให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550

นอกจากนี้ยังฟ้องด้วยว่า มีการใช้เอ็ม 79 สะสมกำลังพลและอาวุธสงคราม มีการฝึกกำลังคนและ ฝึกการใช้อาวุธเพื่อการก่อการร้าย

หลังจากผ่านการต่อสู้คดียาวนาน 9 ปี ในที่สุดศาลมี คำพิพากษายกฟ้องในทุกข้อกล่าวหา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำพิพากษาชี้ว่า การชุมนุมดังกล่าว เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ การกระทำนั้น ไม่เป็นความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย

นำมาสู่บทสรุปที่เป็นหัวข่าวในสื่อต่างๆ ว่า เป็นการต่อสู้ทางการเมือง ไม่ใช่การก่อการร้าย!

พ้นมลทินก่อการร้าย

ก่อนหน้านี้เคยมีคดีเผาห้างสรรพสินค้าย่านราชประสงค์ ซึ่งศาลยกฟ้องจำเลยนปช.ไปแล้ว ว่าไม่มีพยานหลักฐาน ชี้ได้ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวลงมือเผาห้าง

เป็นการลบล้างวาทกรรมที่สร้างขึ้นมาใส่ร้ายว่า เป็นพวกเผาบ้านเผาเมือง

ขณะที่คำพิพากษายกฟ้อง 24 แกนนำ พ้นจากข้อหาก่อการร้าย

ได้มีประเด็นสำคัญในคดีนี้ก็คือ การที่ฝ่ายโจทก์กล่าวหาว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้กล่าวบนเวทีราชประสงค์ในระหว่างการชุมนุมดังกล่าว

โดยยุยงประชาชน “เผาเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง”

ข้อเท็จจริงในคำพิพากษาคือ เป็นการปราศรัยบนเวทีที่เขาสอยดาว จันทบุรี เมื่อ 23 มกราคม 2553 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับราชประสงค์เลย!

อีกทั้งเป็นการปราศรัยในขณะที่กำลังมีข่าวลือเรื่องการรัฐประหาร คนละประเด็นกัน

ปิดฉากไปอีกวาทกรรมใส่ร้ายทางการเมือง

ที่สำคัญอีกประการ ต้องไม่ลืมว่าจุดเริ่มต้นการชุมนุมของเสื้อแดง ที่ลงเอยถูกปราบด้วยกระสุนจริงจนตายไป 99 ศพนั้น

เป็นการเรียกร้องให้ยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชน

เป็นการเรียกร้องตามวิถีประชาธิปไตย จึงไม่ใช่ก่อการร้าย!

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม โดย วงค์ ตาวัน

…อ่าน…

บทความก่อนหน้านี้နောင်ချိုဂုတ်တွင်းတံတားအောက်မှာမပေါက်သေးတဲ့မိုင်းအများပြားတွေ့
บทความถัดไปทำให้เด็กมันดู