กลายเป็นคดีฆาตกรรม สะเทือนกรมอุทยาน

ชกไม่มีมุม

กลายเป็นคดีฆาตกรรม สะเทือนกรมอุทยาน

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม 

วงค์ ตาวัน

จากคดีหายตัวไปอย่างลึกลับ กำลังจะเป็นคดีฆาตกรรม หรือฆ่าแล้วเผาทำลายศพ เมื่อเจ้าหน้าที่ดีเอสไอสามารถติดตามหลักฐานได้มากมาย จนพิสูจน์ได้ว่าเป็นชิ้นส่วนกระดูกของนายพอละจีหรือบิลลี่ รักจงเจริญ ที่โดนฆ่าแล้วเผาในถังน้ำมัน 200 ลิตร

ความจริงเป็นที่รู้กันดีแล้วว่า เรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้กระทำ ด้วยสาเหตุอะไร

เพียงแต่ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ถูกฆ่าแล้ว และไม่พบศพหรือชิ้นส่วนศพ

จึงต้องชื่นชมการทำงานของดีเอสไอ ทั้งพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ และพ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่ทุ่มเทอย่างหนัก จนสามารถหาชิ้นส่วนกระดูก รวมทั้งอุปกรณ์ในการเผาทำลายศพ ถังน้ำมัน 200 ลิตร

เป็นการไขปริศนาได้ว่าบิลลี่ถูกฆ่าแล้วและพยายามเผาทำลาย แต่ก็หลงเหลือพอให้ตรวจพิสูจน์สกัดดีเอ็นเอได้

จึงทำให้คดีนี้กลายเป็นคดีฆาตกรรม และจะต้องมีคนถูกดำเนินคดีชดใช้ความผิดต่อไป!

คงจำกันได้ว่า เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ป่าแก่งกระจานไทย ถูกตีตกไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก

ยูเนสโกให้กลับไปทำข้อมูลการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ใหม่ แล้วมาเสนอในการประชุมพิจารณามรดกโลกครั้งต่อไป

หัวข้อหนึ่งคือ การจัดการกับชุมชน การละเมิดสิทธิมนุษยชน

ก็คือเหตุการณ์เจ้าหน้าที่อุทยานแก่งกระจานบุกขับไล่ เผาทำลายบ้านเรือนยุ้งฉางของชาวกะเหรี่ยง

ทั้งที่ชุมชนนี้อยู่ในป่าดังกล่าวมานับร้อยปี อย่างกลมกลืน ไม่ได้อยู่อย่างทำลาย

ทั้งยังเชื่อมโยงการหายตัวของบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงที่ต่อสู้ฟ้องร้องเจ้าหน้าที่อุทยานกรณีบุกเผาทำลายบ้านเรือนที่ทำกินดังกล่าว!

ด้วยบิลลี่เป็นเด็กหนุ่มที่ได้โอกาสเรียนหนังสือ จึงมีความรู้ เก็บรวบรวมภาพถ่ายวิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าวเอาไว้ต่อสู้ในศาล

โดยหลักฐานทั้งหมดอยู่ในโน้ตบุ๊กที่ต้องติดตัวอยู่เป็นประจำ

จนเมื่อ 17 เมษายน 2557 บิลลี่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานคุมตัวอ้างเหตุพบน้ำผึ้งป่าผิดกฎหมายเพียงไม่กี่ขวด

แต่ระดับบิ๊กในอุทยานต้องขับรถมาเอาตัวไปสอบสวนเอง แล้วอ้างว่าปล่อยตัวกลับไปแล้ว!?

จากนั้นบิลลี่ไม่เคยกลับไปพบลูกเมียและญาติมิตร ชาวกะเหรี่ยงอีกเลย

วันนี้เมื่อดีเอสไอตรวจพบกระดูก หลักฐานการฆ่าเผา แล้วสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์ยืนยันได้

ถึงเวลาต้องมาพิสูจน์กันต่อไปว่า ใครที่จับบิลลี่ไปฆ่าแล้วเอาไปเผา เพื่อหวังทำลายชิ้นส่วนศพ

ต่อไปนี้จะเป็นคดีฆ่า

จะเป็นคดีสะเทือนหน่วยงานอุทยานครั้งใหญ่!!

บทความก่อนหน้านี้คดีบิลลี่เริ่มกระจ่าง
บทความถัดไปไม่รู้จะเห็นใจ หรือสมน้ำหน้าดี