อย่าถอยหลังกลับไปยุค ปิดกั้น-ทำลายล้าง

ปิดกั้น-ทำลายล้าง

อย่าถอยหลังกลับไปยุค ปิดกั้น-ทำลายล้าง

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม 

วงค์ ตาวัน

ปิดกั้น-ทำลายล้าง – เมื่อพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เดินทางเข้าพบปะพูดคุยกับคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เป็นประธานกรรมาธิการ

เป็นไปตามคำเชิญที่ให้มาชี้แจงและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จากกรณีการบรรยายอันร้อนแรง “แผ่นดินของเราในมุมมองความมั่นคง”

การปรากฏตัวของผบ.ทบ.ในห้องประชุมกรรมาธิการ และออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยท่าทีอันดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย

ถือว่าสร้างบรรยากาศที่ดีในบ้านเมืองแน่นอน เมื่อยอมมาพบกัน มาคุยกัน ก็ดีกว่ามึนตึงใส่กัน

แต่แน่นอนว่า คุยกันแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็คงไม่สามารถทำความเข้าใจกันได้อย่างถึงที่สุด เพียงแต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี

ต้องชื่นชมความร่วมมือที่มีต่อกันและกัน!

แต่อันที่จริง ประเด็นที่เกิดความร้อนแรงขึ้นมาจากคำบรรยายเมื่อ 11 ตุลาคมนั้น จุดสำคัญอยู่ที่คำกล่าวของผู้นำกองทัพสะท้อนหลักคิดที่ย้อนยุค

น่าจะทำให้ขัดกันหนัก กับความเป็นจริงของสังคมไทย ที่คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเดินไปไกลมากแล้ว

อย่างเช่น การย้อนยุคสงครามคอมมิวนิสต์ ย้ำว่าเรายังจะต้องต่อสู้กับคนที่ฝังชิพสมองเป็นคอมมิวนิสต์อยู่

เรื่องนี้เรื่องเดียวก็น่าห่วงใยว่า กองทัพยุคนี้ยังไม่ได้ศึกษาหรือมีข้อสรุปต่อสงครามคอมมิวนิสต์เลยแม้แต่น้อย!?

คอมมิวนิสต์ไทย เริ่มต่อสู้ด้วยอาวุธปี 2508 แล้วแผ่ขยายสร้างความสูญเสียอย่างมาก จนสุดท้ายเราสามารถยุติสงครามได้ด้วยคำสั่งที่ 66/23 ทำให้คนในป่าเริ่มวางปืนตั้งแต่ปี 2523 จนค่อยๆ หมดสิ้นไปในที่สุด

เพราะหัวใจของ 66/23 คือ การเมืองนำการทหาร ใช้การพูดคุยสันติวิธี ยอมเปิดโอกาสให้คนคิดต่างกลับมาใช้ชีวิตในเมือง โดยไม่มีความผิดใดๆ

แค่ไม่ถือปืน แต่สามารถต่อสู้เคลื่อนไหวได้ต่อไปในแนวทางสันติวิธี

เท่ากับกองทัพในยุคนั้นยอมรับว่า คอมมิวนิสต์ไม่ใช่ลัทธิเลวร้ายจากต่างชาติที่จ้องฮุบไทย

การยอมเปิดพื้นที่ให้คนคิดต่างอุดมการณ์ต่าง สามารถต่อสู้ได้โดยสันติ จึงทำให้คนไม่จำเป็นต้องจับปืนสู้!

นี่คือหัวใจของ 66/23 ที่ดูเหมือนกองทัพยุคนี้ ไม่สรุปเรียนรู้

ไม่เช่นนั้นรัฐบาลทหารทั้งในยุคคสช.และยุคนี้คงไม่เน้นสกัดกั้นทำลายล้างฝ่ายคิดต่าง

ทำทุกทางเพื่อปิดกั้นไม่ให้พรรคคิดต่างสามารถมีพื้นที่ในสภาได้

เรื่อยไปจนถึงการแก้ปัญหาไฟใต้ แค่นักวิชาการพูดถึงการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อยอมรับความหลากหลายของคนในพื้นที่ก็ไม่ยินยอม แจ้งความเอาผิดจะเป็นจะตาย

ทำกันแบบนี้ คือการถอยบ้านเมืองไปสู่ยุคที่ไม่เปิดกว้าง คนคิดต่างไม่สามารถต่อสู้ได้อย่างสันติ!

บทความก่อนหน้านี้အလုံလမ်းဂိတ်၄ က နာရီ၃၀ကျော် တောင်းဆိုပွဲ
บทความถัดไปคำตอบบิ๊กแดง เชื่อหรือไม่เชื่อดี?