ดีเอสไอ-ชัยวัฒน์ ที่ประชาชนมองเห็น

 

ดีเอสไอ-ชัยวัฒน์ ที่ประชาชนมองเห็น 

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

วงค์ ตาวัน

ดีเอสไอ-ชัยวัฒน์ ที่ประชาชนมองเห็น – ต้องขอร่วมเชียร์กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในการสะสางคดีนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิชาวกะเหรี่ยงบางกลอย จนคลี่คลายและคืบหน้ามาถึงขั้นแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ข้าราชการระดับสูงของกรมอุทยานฯ และพวกรวม 4 คนแล้ว

สุดท้ายนายชัยวัฒน์กับพวกจะถูกหรือผิดอย่างไร ยังสรุปไม่ได้ ขึ้นการตัดสินของศาล!!

ขณะที่ ดีเอสไอเป็นหน่วยงานค้นหาความจริงในการหายตัวไปของนายบิลลี่ จนไปเจอหลักฐานที่ชี้ว่าเป็นชิ้นส่วนกระดูก และถังน้ำมัน 200 ลิตร จึงทำให้คดียกระดับเป็นการฆาตกรรม

หลังจากที่แกนนำชาวกะเหรี่ยงหายตัวไปถึง 5 ปี กลายเป็นเรื่องเสียหายให้กับระบบยุติธรรมไทย ระบบราชการไทย

ถ้าคลี่คลายอะไรไม่ได้ เราก็ไม่ต่างจากบ้านป่าเมืองเถื่อน แกนนำชนกลุ่มน้อยชาวชาติพันธุ์ กลายเป็นคนชั้นล่างที่ไร้ศักดิ์ศรี!?!

ความพยายามของดีเอสไอ ที่ทำให้ความจริงคลี่คลายไปได้ค่อนข้างมาก จึงเป็นการช่วยสร้างความน่าเชื่อถือของบ้านเมืองเราฟื้นคืนมา

ดังที่ยูเนสโกเพิ่งตีตกป่าแก่งกระจานในการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก ก็เพราะปัญหาสิทธิชุมชนของชาวกะเหรี่ยงเป็นหนึ่งในปมสำคัญ

แน่นอนว่าดีเอสไอไม่ใช่ผู้ตัดสินว่านายชัยวัฒน์และพวก ผิดจริงหรือไม่

แต่ถ้าไม่มีพยานหลักฐานอะไรเลย จู่ๆ ดีเอสไอจะไปมั่วซั่วจับคนระดับนี้ไม่ได้แน่

แล้วถ้าไม่สามารถค้นหาชิ้นส่วนกระดูก ถังน้ำมัน 200 ลิตร ที่ถูกทิ้งในอุทยานแก่งกระจาน แล้วดีเอสไอจะพลิกคดีจากหายตัวเป็นคดีฆ่าได้หรือ!?

อีกทั้ง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อดีตรองอธิบดีที่เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวน

ก็ไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรเป็นการส่วนตัว!

ทั่วสังคมก็ได้เห็นกระบวนการทำงานของดีเอสไอ มีการพบร่องรอยเบาะแสต่างๆ จึงทำให้คดีรุกคืบหน้าไปได้

แต่นั่นแหละ ดีเอสไอก็เป็นกระบวนการเบื้องต้น ไม่ใช่ผู้ชี้ชะตาว่าผิดจริงหรือไม่จริง

ส่วนนายชัยวัฒน์ก็โต้แย้งมาตลอดว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการหายไปหรือการตายของบิลลี่

แต่ที่นายชัยวัฒน์ยังไม่ได้แสดงให้สาธารณะเห็นก็คือ เมื่อเป็นผู้จับกุมบิลลี่ในข้อหามีน้ำผึ้งป่า เอาตัวขึ้นรถไปสอบสวนเอง

จากนั้นอ้างว่าได้ปล่อยตัวกลับบ้านไปแล้ว แต่ไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่าปล่อยอย่างไร ปล่อยตรงไหน

นอกจากจะอ้างว่า มีคนเห็นบิลลี่ไปเดินซื้อของที่ ชะอำแล้ว

ก็ไม่ได้เห็นว่าจะมีการทุ่มเทออกตามหาตัวเพื่อนำมาพิสูจน์ให้เห็นว่ายังไม่ตาย ไม่มีใครฆ่า!?!

เรื่องเหล่านี้ทั้งสังคมมองเห็นได้เอง

แต่บทสรุปก็คงต้องรอฟังศาลเท่านั้น!

บทความก่อนหน้านี้ส.ว.ต้องไม่ขวาง
บทความถัดไปจุดเชื่อมโยง แก้รธน.-ญัตติเชือด