คดีบิลลี่-คดีกะเหรี่ยง คำถามถึงปลัดทส.

คดีบิลลี่-คดีกะเหรี่ยง คำถามถึงปลัดทส. : ชกไม่มีมุม

คดีบิลลี่-คดีกะเหรี่ยง คำถามถึงปลัดทส. 

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม 

วงค์ ตาวัน

คดีบิลลี่-คดีกะเหรี่ยง – ก่อนที่คดีนายพอละจีหรือบิลลี่ รักจงเจริญ จะยกระดับขึ้นเป็นคดีฆาตกรรมนั้น เดิมทีตั้งแต่หายตัวไปเมื่อปี 2557 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามหาร่องรอยการสูญหาย จนได้เบาะแสระดับหนึ่ง แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าตายแล้วหรือยัง

เบาะแสดังกล่าวได้นำไปสู่การร้องทุกข์ไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือป.ป.ท.

ให้สอบสวนนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกับพวก กระทำผิดฐานทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีจับตัวบิลลี่ในข้อหามีน้ำผึ้งป่า แต่ไม่ดำเนินการตามกฎหมาย ไม่นำส่งพนักงานสอบสวนสภ.แก่งกระจาน เพื่อดำเนินคดี

สำนวนการกระทำทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ดังกล่าว จึงเป็นสำนวนตั้งต้นของคดีนี้

แล้วต่อมาเมื่อดีเอสไอพบพยานหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นคดีฆาตกรรม จึงเป็นการสืบสวนสอบสวนที่ต่อเนื่องกัน

เป็นเหตุให้คดีที่กล่าวหาว่านายชัยวัฒน์กับพวกมีความผิดฐานฆาตกรรมบิลลี่ จึงนำขึ้นศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ แทนที่จะส่งศาลอาญา!

ศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อปลายปี 2559 เป็นของใหม่ หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคย

หลักการก็คือ เพื่อแยกคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐออกมาต่างหาก ลดภาระของศาลอาญา

คดีที่นายชัยวัฒน์กับพวกถูกกล่าวหา จึงไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไรในการส่งศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

รวมทั้งที่ศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบอนุมัติให้จับกุมนายชัยวัฒน์กับพวกนั้น

มีระบุชัด ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้!

การดำเนินคดีข้อหาฆ่าบิลลี่และข้อหาอื่นๆ อีกหลายข้อหานั้น ต้องสืบพยานกันในศาลนี้

แต่ไม่ต่างไปจากกระบวนการในศาลอาญา

สุดท้าย นายชัยวัฒน์กับพวกจะผิดจริงหรือไม่ ขึ้นกับการตัดสินของศาลนี้ ในชั้นนี้ยังไม่อาจสรุปได้

แต่ดีเอสไอก็มีพยานหลักฐานในเบื้องต้นเพียงพอที่จะกล่าวหา ไม่เช่นนั้นศาลคงไม่อนุมัติหมายจับ

คดีนี้เป็นคดีใหญ่ ผู้ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม!

รวมทั้งเชื่อมโยงกับแกนนำกะเหรี่ยง เกี่ยวเนื่องจากปัญหาการขับไล่ชุมชนกะเหรี่ยงออกจากผืนป่า จนมีส่วนกระทบไปถึงการขึ้นทะเบียนมรดกโลกด้วย

วันนี้สายตาคนทั้งสังคมจึงจับจ้องไปยังกระทรวงต้นสังกัด

วันก่อนนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวง ก็ถูกถามเรื่องนี้!!

ถามว่าเมื่อข้าราชการระดับสูงต้องคดีร้ายแรง จะต้องมีการโยกย้ายพ้นหน้าที่ไว้ก่อนหรือไม่

คงจะต้องถูกถามซ้ำอีกแน่!

บทความก่อนหน้านี้คดีประวัติศาสตร์
บทความถัดไปถ้ายายตายใครจะดูแลลูก! แม่วัยชรา จำใจ ล่ามโซ่ลูก สู้ทนเก็บผักขาย ยอมอดให้ลูกอิ่ม