รมต.-ปลัดทส. แรงกดดันคดีบิลลี่

แรงกดดันคดีบิลลี่

รมต.-ปลัดทส. แรงกดดันคดีบิลลี่

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม 

วงค์ ตาวัน

แรงกดดันคดีบิลลี่ – คดีบิลลี่หรือ นายพอละจี รักจงเจริญ ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม สามารถคลี่คลายการสูญหายจนกลายเป็นคดีฆาตกรรมได้นั้น ส่งผลให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้นสังกัดของอดีตหัวหน้าอุทยานแก่งกระจานที่ตกเป็นผู้ต้องหา ถูกทั่วทั้งสังคมจับตามองอย่างมาก

จนล่าสุด นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. ได้อนุมัติย้าย นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร จาก ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) ไปเป็น ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดปัตตานี

เป็นการช่วยลดกระแสกดดันต่อกระทรวงทส.ลงไปได้ระดับหนึ่ง

แม้ว่าจะไม่ใช่การย้ายอย่างชัดเจนเด็ดขาด คือไม่ใช่ย้ายเพื่อไม่ให้มีอำนาจหน้าที่ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อคดี

แต่อย่างน้อยก็เป็นการย้ายพ้นไปจากกรมอุทยานแห่งชาติ

พอจะกล้อมแกล้ม ลดเสียงวิจารณ์ต่อกระทรวงนี้ได้บ้าง!?

จากนี้ต้องรอดูอีกประเด็นสำคัญ นั่นคือศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ จะพิจารณาคำร้องของดีเอสไอ ซึ่งได้ยื่นหลักฐานชี้ว่า นายชัยวัฒน์มีพฤติกรรมเข้าข่ายยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เป็นอุปสรรคต่อการทำคดี

ขอให้ถอนประกัน ขอให้ใส่กำไลอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงห้ามเข้าพื้นที่อุทยานแก่งกระจาน เพื่อปกป้องพยานหลักฐานต่างๆ

ต้องรอดูว่าศาลจะวินิจฉัยเช่นไร

แต่แน่นอนว่า ก็คงจะมีเคลื่อนไหวเรียกร้องกันต่อไป ทั้งจากภรรยาของบิลลี่ จากชุมชนกะเหรี่ยง ที่เคยถึงกับขอให้ต้นสังกัดพักราชการนายชัยวัฒน์กันเลยทีเดียว

ในส่วนของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง คือนายวราวุธ ศิลปอาชา นั้น ตั้งแต่เมื่อดีเอสไอเริ่มเปิดคดีเป็นการฆาตกรรม จนนำมาสู่การแจ้งข้อหาต่อนายชัยวัฒน์และพวกนั้น

นายวราวุธ แสดงท่าทีเปิดไฟเขียว ให้ดีเอสไอทำคดีเต็มที่ ไม่ได้กางปีกป้องอะไร!

เป็นเรื่องถูกต้องแล้ว ที่รัฐมนตรีทส.ไม่วางตัวผิดทิศทาง

เพราะอันที่จริงแล้ว การคลี่คลายคดีนี้ มีผลดีต่อกระทรวง ทส.ด้วยซ้ำ

แน่นอนว่า นายชัยวัฒน์ผิดจริงหรือไม่ ขึ้นกับคำพิพากษาของศาล แต่ถ้าการหายตัวไป 5 ปี แล้วมืดมน ทั้งเมื่อเชื่อมโยงไปถึงปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่อุทยาน ในการบุกขับไล่ชาวกะเหรี่ยงบางกลอย อันเป็นต้นเรื่องทั้งหมด

ที่กระทบแน่ๆ คือ การขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของป่าแก่งกระจาน!

ดังนั้นถือเป็นสัญญาณที่ดีขึ้นแล้ว

จึงไม่ควรปล่อยให้ปัญหาของบางคน มาฉุดรั้งประโยชน์ส่วนรวม

ไปจนถึงมากลบผลงานดีๆ ของรัฐมนตรีวราวุธ ที่กำลังโหมยุติวิกฤตถุงหิ้วพลาสติก ภัยร้ายแรงด้านสิ่งแวดล้อม

ผู้คนจะได้ร่วมมือ หันมาใช้ถุงผ้าเมื่อไปซื้อข้าวของเท่านั้น

ดีเดย์ 1 มกราคม 2563 จะได้บรรลุผล!

บทความก่อนหน้านี้ရခိုင်အမျိုးသားပါတီ ဒုတိယ ဥက္ကဋ္ဌ ဒေါ်အေးနုစိန်နဲ့ အင်တာဗျူး
บทความถัดไปปีนี้เผาจริง ปีหน้าเก็บกระดูก?