บทนิ่งเงียบจากทักษิณ ในวิกฤตโควิด
คอลัมน์ ชกไม่มีมุม
โดย…วงค์ ตาวัน
บทนิ่งเงียบจากทักษิณ – ในการเผชิญหน้ากับภาวะวิกฤตโควิด มีผู้คนจำนวนไม่น้อยกล่าวขวัญถึง “ทักษิณ” กันมาก โดยย้อนเปรียบเทียบสมัยที่เป็นนายกฯ และได้ฝ่าฟันวิกฤตใหญ่ๆ โรคระบาดหนักๆ ทั้งซาร์ส ไข้หวัดนก ไปจนถึงมหาภัยพิบัติสึนามิ
เอามาเทียบกับภาวะผู้นำในการรับมือวิกฤตร้ายแรงในยุคนี้
แต่ดูเหมือน ตัวของอดีตนายกฯ เอง ก็ไม่ได้แสดงท่าทีหรือมีความคิดเห็นอะไรออกมาเลย ในช่วงที่ประเทศไทยเรากำลังอลหม่านกับโรคระบาด
แม้จะมีคนพูดถึงฝีไม้ลายมือและวิสัยทัศน์ของทักษิณกันมาก แต่เจ้าตัวก็เฉยๆ ไม่ตอบรับ
ไม่เสนอแนะและไม่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลนี้แต่อย่างใด!?
อาจจะส่งน้องสาวคืออดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ออกมามอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ร่วมบริจาคให้กับโรงพยาบาลใหญ่ เพื่อร่วมสนับสนุนการต่อสู้กับโรคไวรัส
รวมทั้งโพสต์ให้กำลังใจประชาชนคนไทยร่วมกันฝ่าวิกฤตนี้ไปให้ได้
แต่ก็ไม่มีการแสดงท่าทีกระทบกระทั่งอะไรกับใคร
ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะทักษิณและยิ่งลักษณ์ เล่นบทนิ่งเงียบตั้งแต่ มีการยุบพรรคไทยรักษาชาติ ก่อนเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562
ด้วยไม่ต้องการให้บานปลาย ไม่เล่นบทแตกหัก
รวมทั้งหลังเลือกตั้ง แม้พรรคเพื่อไทยจะชนะได้ส.ส.อันดับ 1 แต่กระบวนการเคลื่อนไหวของฝ่ายคสช.และพรรคพลังประชารัฐ บวกกับ 25 ส.ว. บ่งบอกถึงความได้เปรียบมากกว่า
มีข่าวว่าทักษิณได้มีความเห็นในช่วงนั้นทำนองว่า ฝ่ายคสช.ต้องการเป็นรัฐบาลให้ได้ทุกวิถีทาง ก็ควรจะปล่อยให้เป็นไปเลย!
คล้ายกับเป็นเรื่องดีที่ให้คสช.ได้เป็นรัฐบาลต่อไป หัวหน้าคสช.เป็นนายกฯ ต่อไป
จะได้พิสูจน์ฝีมือให้ประชาชนคนเลือกตั้งได้เห็นกันชัดๆ เพราะภาวะเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 2562 นั้นทรุดหนัก อยู่แล้ว
ให้ประชาชนเห็นๆ ชัดเจนไปเลย ซาบซึ้งกันไปเลย
ในปี 2562 นั้นเศรษฐกิจไทยก็ตกต่ำจริงๆ เพราะสะสมมาตั้งแต่การเป็นรัฐบาลรัฐประหารตลอด 5 ปี
แถมมีแนวโน้มเห็นกันอยู่แล้วว่าเศรษฐกิจโลกจะดำดิ่งในปี 2563
แล้วจู่ๆ โควิดก็เข้ามาซ้ำเติมอย่างหนักหน่วง จนเศรษฐกิจไทยส่ออาการ อาจพังทลายทั้งโครงสร้างได้
ถ้าการประคองเศรษฐกิจในสถานการณ์โควิดขณะนี้ และการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากนี้ ทำได้ไม่ดีพอ คงหนักหนาสาหัสแน่ๆ
ทักษิณและยิ่งลักษณ์อาจเลือกบทนิ่งเฉย เพื่อไม่ให้เป็นเงื่อนไขปัจจัยแทรกซ้อนอะไร
อะไรจะเกิดขึ้น ก็เป็นเรื่องของการทำหน้าที่โดยรัฐบาลชุดนี้ล้วนๆ!