เก้าอี้ส.ส.-เก้าอี้รมต. – ข่าวเก้าอี้หมุนในห้องประชุมสภาผู้แทน แม้จะมีคนออกมายืนยันว่าเป็นคนหมุน ไม่ใช่การหมุนเองของเก้าอี้ แต่เมื่อเป็นเรื่องที่เข้าตำราลี้ลับ ก็เลยไม่ซาไปง่ายๆ
ทั้งยังเอาไปโยงสถานการณ์จริงที่ยังคุกรุ่น นั่นคือ กำลังจะมีการหมุนเก้าอี้ครม.
เก้าอี้ที่จะหมุนจริงๆ คงเป็นเก้าอี้รัฐมนตรี
ขณะที่อีกฝ่ายที่พยายามฉุดเก้าอี้ครม.ไม่ให้หมุน ก็เลยหยิบการเมืองสิงคโปร์ขึ้นมาเบรกกระแส
จุดประเด็น ยุบเก้าอี้สภา
จากเก้าอี้หมุน กลายเป็นขู่ยุบเก้าอี้!!
คราวนี้ก็เลยเปิดศึกกันยกใหญ่ภายในพรรคพลังประชารัฐ
เปิดหน้าไล่ตะเพิดกันอย่างดุเดือด โวยใส่กันว่าแทงข้างหลัง เนรคุณอกตัญญู ขุดไปถึงโบท็อกซ์ บิ๊กอาย
นี่ไงพรรคการเมือง ที่มาจากผลพวงการเป่านกหวีด เรียกหาปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
ปฏิรูปกันอย่างสุดๆ แล้วจริงๆ ยกระดับคุณภาพการเมืองไทยได้เลอเลิศ!!
แต่เอาเถอะ
การสาวไส้กันไปมา จะถือว่าเป็นประโยชน์ต่อชาวบ้านก็ว่าได้
เช่น ฝ่ายที่ต้องการให้หมุนเก้าอี้ครม. ออกมาขับไล่ฝ่ายที่ยื้อเก้าอี้ไม่ให้หมุน
โดยยกผลงานด้านเศรษฐกิจมาโจมตี เท่ากับประจานกันเอง ยอมรับกันเองว่า ที่ผ่านมาไม่สามารถดูแลปากท้องประชาชนได้ดีพอ เปิดกันหมดว่า นี่คือจุดอ่อนรัฐบาลในรอบปีที่ผ่านมา
แต่ถ้าฝ่ายค้านวิจารณ์ ถ้านักวิชาการวิจารณ์ คนในฝ่ายรัฐบาลจะต้องดาหน้าตอบโต้กันเสียงแข็ง ว่าประชาชนรักรัฐบาลนี้มาก ทำให้อยู่ดีมีสุขกินอิ่ม
พอทะเลาะกันเอง กลับชำแหละกันเองว่า เศรษฐกิจล้มเหลวอย่างไร!!
ไม่เท่านั้น ที่จุดกระแสยุบขึ้นมา ก็ไม่อยากให้ยุบกัน ทั้งที่หากผลงานรัฐบาลดี มีฝีมือสุดยอดในช่วง โควิด ควรมั่นใจว่าเลือกตั้งใหม่ จะเป็นพรรคอันดับ 1 เหนือเพื่อไทยแน่ๆ
แต่เป็นเช่นนั้นหรือไม่!?
ลงเอย จะหมุนเก้าอี้ จะยุบเก้าอี้ ก็ต้องเปิดศึกกันต่อไป
แต่ทำให้นึกย้อนถึงพฤติกรรม ทั้งลากเก้าอี้ ทั้งทุ่มเก้าอี้ในห้องประชุมสภาของอีกพรรค
นั่นหนักเลย เป็นจุดเริ่มต้นกระแส นำไปสู่การล้มประชาธิปไตยในที่สุด!