คอลัมน์ ชกไม่มีมุม
วัดจากอารมณ์ความรู้สึกของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการเคลื่อนไหวอันร้อนแรงของเหล่าเยาวชนนักเรียนนักศึกษา ชัดเจนว่า ถึงวันนี้คนส่วนใหญ่มองเห็นพิษภัยจากการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ว่านำมาซึ่งการยึดครองอำนาจทางการเมืองของคณะนายทหารกลุ่มเดียว และสร้างกติกาเหลื่อมล้ำเอารัดเอาเปรียบเพื่อผูกขาดอำนาจทางการเมืองอย่างโจ่งแจ้งเช่นไร
กลายเป็นกระแสต่อต้านรัฐธรรมนูญ ต่อต้านรัฐบาลที่มีผู้นำจากคสช.
คนส่วนใหญ่มองกันทะลุปรุโปร่งว่า กระบวนการสร้างสถานการณ์เพื่อล้มรัฐบาลประชาธิปไตย ปูทางให้รถถังออกมานั้น ทำกันอย่างเป็นขบวนการเช่นไร
ทั้งสังคมเข้าใจกันขนาดนี้แล้ว ไม่น่าเชื่อว่า ยังมีคนพยายามอธิบายเหตุแห่งการรัฐประหารอย่างเชยๆ อีกว่า
เพราะนักการเมืองโกง ทหารจึงต้องยึดอำนาจ!?!
ทั้งที่วันนี้ผลพวงจากการรัฐประหาร ทำให้เศรษฐกิจถดถอย จนเมื่อมีเจอพิษโควิดก็ทรุดหนักอย่างยากจะกอบกู้
ทำให้บ้านเมืองเราล้าหลังกว่าประเทศในอาเซียนอย่างเห็นได้ชัด
มีแต่เรื่องตกต่ำถดถอย ก็ยังอุตส่าห์อ้างเหตุผลเชยๆ ว่า เพราะนักการเมืองทุจริต ทหารเลยต้องยึดอำนาจ
ทั้งที่ในช่วงรัฐบาลคสช. 5 ปีที่ผ่านมา ก็มีเรื่องทุจริตฉาวโฉ่มากมาย
หนักกว่านั้นอีก คืออำนาจคณะรัฐประหาร ทำให้ตรวจสอบไม่ได้ กลไกสอบสวนสอบแล้ว ผลสรุปทุกทีก็ขัดสายตาประชาชนคนดูทุกที!!
จนเข้าสู่รัฐบาลยุคเลือกตั้ง มีสภาผู้แทนฯ แล้วการทำหน้าที่ของส.ส.ฝ่ายค้าน ผ่านกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณ
สามารถปกป้องผลประโยชน์ประชาชนมากมาย!
ได้เปิดโปงให้เห็นการใช้เงินภาษีประชาชนที่ไม่เหมาะสมหลายกรณี
ส่งผลต้องยอมถอยชะลอจัดซื้อเรือดำน้ำอีก 2 ลำ ส่งผลให้เงินสู้คดีเหมืองอัคราหลายร้อยล้าน ถูกเปิดเผยต่อหน้าประชาชน แล้วได้รับการตอกย้ำว่าเหตุที่ต้องโดนฟ้องร้องเพราะมาจากการใช้อำนาจพิเศษม.44 ของคณะรัฐประหาร
บ่งบอกให้เห็นว่า ในยุคที่มีสภาผู้แทนฯ การทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มแข็งของนักการเมืองนี่แหละ เป็นคุณอย่างยิ่ง
ทำให้เรื่องไม่ชอบมาพากล เรื่องเงินงบประมาณอันไม่ถูกช่วงเวลา ไม่ตอบสนองเรื่องเร่งด่วนของชาวบ้าน
ถูกขุดคุ้ยตรวจสอบ
พอได้แล้ว เลิกพูดได้แล้ว เหตุผลที่ไร้เหตุผลไร้สาระ ว่านักการเมืองโกง จึงต้องมีรัฐประหาร
เพราะนักการเมืองโกง ก็อยู่ในระบบการเมืองที่ตรวจสอบได้ ประชาชนเห็นได้ ตัดสินได้
ผู้ที่จะลงโทษนักการเมืองขี้โกง คือประชาชนผ่านการเลือกตั้ง ไม่ใช่หน้าที่ของทหารแต่อย่างใด
เพราะรัฐประหารคือล้มประชาธิปไตยและตามมาด้วยการผูกขาดครองอำนาจยาวนาน!
โดย…วงค์ ตาวัน