คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

ในท่ามกลางกระแสที่ประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ออกมาต่อต้านรัฐบาลซึ่งมีต้นตอความเป็นมาเชื่อมโยงกับการรัฐประหาร รวมทั้งเรียกร้องให้กองทัพเป็นหลักในการปกป้องอธิปไตย แต่ต้องไม่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง

ในกระแสแบบนี้ ก็เลยมีคนรักท็อปบู๊ตออกมาปกป้องการรัฐประหาร ด้วยข้ออ้างเชยๆ ว่า เพราะนักการเมืองโกงกินกัน ทำให้ทหารต้องออกมา

ซึ่งเอาเข้าจริงๆ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลย การปราบโกงก็ไม่ใช่หน้าที่ของทหารอีกด้วย!

บังเอิญวันนี้ 9 กันยายน เลยให้นึกถึงเหตุการณ์ลากรถถังออกมาปฏิวัติรัฐประหารกันเมื่อ 35 ปีก่อน

การรัฐประหารเมื่อ 9 กันยายน 2528 เป็นการขัดแย้งแย่งชิงอำนาจในหมู่ทหารล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับนักการเมืองโกงกินอะไรเลย

เป็นปมแค้นเคืองเอาคืน ติดพันกันมาจากการรัฐประหารในปี 2524!!

เป็นความขัดแย้งที่ต่อเนื่องมาจากกรณี 1-3 เมษายน 2524 หรือกบฏยังเติร์ก ซึ่งตอนนั้นกลุ่มทหารหนุ่มพ่ายแพ้ แกนนำต้องหนีออกไปต่างประเทศ

ผ่านไป 4 ปี แอบบินกลับเข้ามา พร้อมกับนำรถถัง ทหารม้า ออกมายึดอำนาจ

แต่ก็เจอหักหลังอีก มีรายการนัดแล้วไม่มา ก็เลยพ่ายไปอีกคำรบ

แต่ก่อนจะยอมจำนน เอารถถังไปยิงถล่มกัน จนทำให้นักข่าวฝรั่งคนดังระดับโลก ที่บันทึกนาทีเวียดนามเหนือเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลเวียดนามใต้ กลับมาถูกยิงตายด้วยกระสุนของทหารที่แย่งชิงอำนาจทางการเมือง

กลายเป็นผลสะเทือน เป็นข่าวใหญ่ขึ้นไปอีก

ทำให้ประเทศไทยถูกประจานความเลวร้ายล้าหลังทางการเมืองอย่างมาก!

ลงเอยแกนนำหนีไปอีก ทิ้งไว้แต่เหล่านายพลอาวุโส ถูกจับกุมดำเนินคดี

แต่สุดท้ายก็นิรโทษกรรม พ้นโทษกันถ้วนหน้า ประชาชนได้แต่มองดูตาปริบๆ

ถัดจาก 9 กันยายน 2528 ยังมีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีกถึง 3 ครั้ง

หนสุดท้ายคือ 22 พฤษภาคม 2557 นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งยังเป็นนายกฯ มาจนถึงวันนี้!

บางครั้งก็อ้างนักการเมืองคอร์รัปชั่น แต่เบื้องหลังคือ ขัดแย้งกับรัฐบาลรุนแรง ด้วยเหตุไปแต่งตั้งอดีตผบ.ทบ. เข้ามาเป็นรัฐมนตรีเผชิญหน้ากัน

บางครั้งก็อ้างจะเกิดจลาจลนองเลือด ต้องเข้ามาระงับเหตุ แต่ระงับเหตุด้วยการผูกขาดอำนาจถึง 5-6 ปี

การรัฐประหาร จึงไม่ใช่การแก้ปัญหาการเมือง แต่เป็นการฉวยโอกาสชิงอำนาจทางการเมือง

ถ้านักการเมืองโกงกินเลวร้าย ก็ต้องให้ประชาชนเป็นคนลงโทษ ด้วยการเลือกตั้งในหนต่อไป หรือด้วยกระบวนการตรวจสอบโดยสภาผู้แทนฯ

อย่างที่ฝ่ายค้านกำลังทำหน้าที่อย่างแข็งขันจนรัฐบาลไปไม่เป็นในหลายเรื่องขณะนี้ไง!

โดย…วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน