คอลัมน์ ชกไม่มีมุม
การชุมนุมในวันเสาร์นี้ที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งใครต่อใครก็พูดถึงจนอื้ออึงไปทั้งเมือง แม้ว่าจะไม่มีคำอธิบายชัดเจน ว่าเหตุใดจึงเลือกเอาวันดังกล่าวจัดชุมนุมแบบ “เบิ้มๆ คือลือ” แต่เชื่อว่าคนจำนวนมาก ต้องนึกถึงวันรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ขึ้นมาทันที
ดูจะเข้ากับบรรยากาศต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี
การรัฐประหาร 19 กันยายน เมื่อ 14 ปีก่อน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการฉุดประเทศชาติเราให้ถอยหลัง เพื่อให้อำนาจการเมืองหลุดจากมือประชาชน ส่วนใหญ่ ไปสู่มือของกลุ่มขุนศึกขุนนาง
ก่อนจะมีการรัฐประหารภาคต่อเนื่องคือ 22 พฤษภาคม 2557 ซ้ำอีกหน เพื่อถอยหลังให้ไปไกลสุดกู่
เพราะนับตั้งแต่มีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ส่งผลให้ประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ก้าวหน้าไปอย่างมาก จนทำให้นายกรัฐมนตรีในระบอบประชาธิปไตยที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม
ทำให้กลุ่มอำนาจนอกระบบจับจ้องอย่างไม่พึงพอใจ!!
จังหวะนั้นพอดิบพอดีเกิดข้อขัดแย้งระหว่างคนสองคน ในเรื่องผลประโยชน์การเปิดสถานีโทรทัศน์ จนถึงขั้นแตกหัก
เลยเกิดม็อบขึ้นมาขับไล่รัฐบาล
แต่อีกฝ่ายมีฐานมวลชนสนับสนุนแน่นหนา ก็เลยต้องไปพึ่งพิงอำนาจอนุรักษนิยม กลายเป็นม็อบเรียกร้องให้ทหารปฏิวัติ จนเกิด 19 กันยายน 2549 ขึ้นในที่สุด
ทั้งที่สังคมไทยเรามีการรวมตัวประท้วงของประชาชน โดยส่วนใหญ่ก็เพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตย
14 ตุลาคม 2516 เบิกม่านประชาธิปไตย จากนั้นพฤษภาคม 2535 ไล่รัฐบาลทหาร และเรียกร้องรัฐธรรมนูญซึ่งกำหนดให้ นายกฯ มาจากส.ส.เท่านั้น ต่อมาเมษายน-พฤษภาคม 2553 ไม่เอารัฐบาลในค่ายทหาร เรียกร้องยุบสภา ก่อนถูกปราบ 99 ศพ
จนต้องมีกลุ่มเยาวชนปลดแอก นักเรียนนักศึกษา ออกมาต่อสู้ในปีพ.ศ.2563
คนรุ่นใหม่ตื่นตัวและเคลื่อนไหวใหญ่ เพื่อผลักดันประชาธิปไตย
ไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับเหลื่อมล้ำการเมืองและเอื้อประโยชน์ให้คนหยิบมือเดียว
แต่พร้อมๆ กันต้องบันทึกเอาไว้ว่า ขณะที่ประชาชนล้วนลุกขึ้นสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพและเพื่อประโยชน์ของประชาชน
เรากลับมีม็อบสวนทางกับการหมุนของโลก คือ ม็อบเสื้อเหลืองปี 2549 และม็อบนกหวีดปี 2557
เป็น 2 ม็อบที่เรียกร้องรัฐประหาร เพื่อล้มรัฐบาลของนักการเมืองในระบบเลือกตั้ง
ฉุดสังคมไทยให้ถอยหลังลงคลอง
อ้างประชาธิปไตยแบบไทยๆ ซึ่งไม่ใช่ประชา ธิปไตยจริงๆ
ทำให้อำนาจการเมืองสูญหายไปจากมือประชาชน ไปอยู่กับกลุ่มอำนาจหยิบมือเดียว
19 กันยายน 2549 เป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมามีอำนาจของฝ่ายอนุรักษนิยมการเมืองไทย
19 กันยายน 2563 จึงต้องมาผลักดันให้อำนาจ การเมืองไปสู่มือคนส่วนใหญ่อีกครั้ง!