คอลัมน์ ชกไม่มีมุม
ใช้การเมืองแก้ม็อบ แทนการสลายชุมนุม – สังเกตได้ว่า นับจากปฏิบัติการคืนวันที่ 16 ตุลาคม ที่แยกปทุมวันแล้ว ต่อจากนั้นมาก็ยังไม่มีการใช้กำลังหน่วยปราบจลาจล รถฉีดน้ำแรงดันสูง ออกมาบนท้องถนนอีกเลย ทั้งที่ยังมีการชุมนุมของนักเรียนนักศึกษาในวันถัดมา และอย่างต่อเนื่องในทุกๆ วัน ก็ไม่มีการสลายม็อบเกิดขึ้นอีก
อีกทั้งล่าสุด ท่าทีของนายกรัฐมนตรี ของพรรคร่วมรัฐบาล ก็ขานรับข้อเสนอของฝ่ายค้าน ที่ให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ถกเถียงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้
ดูเช่นนี้แล้ว น่ายินดีที่ฝ่ายผู้มีอำนาจ หันมาใช้การเมืองแก้ปัญหา แทนการสั่งใช้กำลังเข้าปฏิบัติการ
เพราะสถานการณ์ตึงเครียดในขณะนี้ เป็นปมการเมืองเรื่องประชาธิปไตย เป็นการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล พร้อมข้อเรียกร้องในทางการเมือง
การสั่งแต่ให้ตำรวจเข้าจัดการ โดยเน้นใช้กฎหมาย เน้นใช้การสลายม็อบ ก็เพียงเพื่อไม่ให้มีการชุมนุม
เท่ากับรัฐบาลไม่รับฟังข้อเรียกร้อง ไม่สนใจดำเนินการกับข้อเรียกร้องนั้น!
ไปๆ มาๆ ก็ประจักษ์ชัดแล้วว่า ผลจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ทั้งจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง แล้วกำหนดให้ตำรวจต้องบังคับใช้อำนาจตามประกาศนี้
นำมาสู่เหตุการณ์คืนวันที่ 16 ตุลาคม
กลายเป็นภาพเด็กนักเรียนนักศึกษาที่ปราศจากอาวุธ มีแต่ร่มต้านแรงน้ำฉีด ส่งผลเสียทางการเมืองต่อรัฐบาลอย่างรุนแรง
ยิ่งทำให้การชุมนุมลุกลามไปทั่ว ด้วยไม่มีใครกลัวมาตรการสลายการชุมนุม!
จึงเป็นไปได้มาก ที่มีการสรุปบทเรียนของฝ่ายปฏิบัติการ ว่าทำไปแล้วยิ่งบานปลาย ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา
ปัญหาการเมืองควรต้องแก้ด้วยการเมือง!!
เลิกใช้มาตรการปราบจลาจล แล้วรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล ออกหน้าแก้ปัญหาเอง รับฟังข้อเรียกร้องเอง
จะพูดคุยเจรจาหรือจะหาทางออกด้วยวิถีทางสภา ก็ต้องดำเนินการ
ถ้าหันมาใช้การเมือง ยุติการใช้กำลังปฏิบัติการ ก็จะช่วยลดความร้อนแรงไปได้ขั้นหนึ่งทันที!
แต่ก็ยังไม่ใช่การแก้อย่างถึงที่สุด
ก็ต้องพูดคุยหาทางออกกันต่อไป หาข้อยุติให้เหมาะสมลงตัว ให้ประชาธิปไตยพัฒนาก้าวหน้าไปกว่าที่เป็นแค่ครึ่งๆ กลางๆ อย่างทุกวันนี้
ข้อสำคัญยอมรับความจริงได้แล้วว่า ที่ชุมนุมประท้วง อยู่นี้เป็นพลังนักเรียนนักศึกษาคนรุ่นใหม่ ที่เต็มไปด้วย พลัง สติปัญญา และความรอบรู้
เลิกโจมตีเหลวไหลว่ามีนักการเมืองชักใย หนักไปกว่านั้นเลอะเทอะถึงขั้นอ้างว่ามีชาติมหาอำนาจหนุนหลัง
ก็เลยแก้ปัญหาเละเทะผิดทิศทาง จนวันนี้การชุมนุม ยิ่งลุกลามเดือดดาลไปทั่วประเทศ
เด็กๆ จึงได้สมเพชว่า รัฐบาลและลิ่วล้อทั้งหลาย ไม่มีสติปัญญาดีพอจะอยู่ในอำนาจต่อไป!
วงค์ ตาวัน