ต้องให้ก้อนอิฐไม่ใช่ดอกไม้ : ชกไม่มีมุม
เพราะความที่การเมืองไทยยังไม่ใช่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ยังมีอำนาจนอกระบบที่ครอบงำอยู่ ยังมีการใช้กองทัพเข้าแทรกแซงการเมืองอยู่บ่อยๆ ยังหนีไม่พ้นวงจรการยึดอำนาจล้มประชาธิปไตย ดังนั้นวันนี้จึงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อื้ออึงว่าการรัฐประหารจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ในท่ามกลางสถานการณ์การประท้วงของเยาวชนนักเรียนนักศึกษา
ด้วยความที่เราได้เห็นกระบวนการของคนในโลกเก่าที่มองการเคลื่อนไหวของคนโลกใหม่อย่างไม่เข้าใจ
ยังคงมีวิธีคิดวิธีแก้ปัญหา แบบเดิมๆ แบบเก่าๆ
จึงช่วยไม่ได้ที่ทำให้เกิดความสงสัยกันว่า พอคิดอะไรไม่ออก ก็จะงัดเอาวิธีรัฐประหารออกมาแก้ปัญหาอีกหรือไม่!?
แต่ขณะเดียวกันก็มีคำเตือนว่า ฝ่ายคนรุ่นใหม่นั้นเขามาพร้อมกับสิ่งใหม่ๆ อีกทั้งสังคมเปลี่ยนไปแล้ว โลกเปลี่ยนไปมากแล้ว
ถ้ายังใช้สูตรโบราณมาจัดการ ผลอาจจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว!
นักวิเคราะห์การเมืองมองกันว่า ถ้ามีรัฐประหารเกิดขึ้นจริงในยุคนี้ เราอาจจะได้เห็นอะไรที่ใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็ได้
ใครจะใช้วิธีนี้คงต้องคิดให้หนัก
อีกทั้ง การรัฐประหารนั้น ไม่อาจยอมรับได้ด้วยเหตุผลใดๆ
การรัฐประหารครั้งสุดท้าย 22 พฤษภาคม 2557 เห็นได้ชัดว่า นำมาซึ่งปัญหา ไม่ใช่การแก้ปัญหา
เพราะอันที่จริงก็แค่การช่วงชิงอำนาจ ไม่ใช่การจะปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งอะไรหรอก
คนจำนวนไม่น้อย เขาเข็ดกันแล้ว ไม่ว่าจะอ้างอย่างไร ก็ไม่ยอมรับการรัฐประหารอีกแล้ว!!
อีกอย่าง ต้องพูดกันให้ชัด ตามทฤษฎีที่ถูกต้องแท้จริงแล้ว เหตุการณ์ลากรถถังออกมายึดอำนาจนั้น เขาเรียกว่ารัฐประหาร
รัฐประหารหมายถึง การเปลี่ยนแปลงการเมืองในหมู่ผู้มีอำนาจด้วยกัน
ทางทฤษฎี คำว่าปฏิวัติหมายถึงอีกอย่าง!
ปฏิวัติหมายถึงการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกโฉมอำนาจ ส่วนใหญ่ใช้กับการเปลี่ยนแปลงที่กระทำโดยพลังของประชาชน
อย่างเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 นั่นพอจะเข้าข่ายเรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติของประชาชน
ส่วนที่นายพลทั้งหลายก่อการนั้น คือรัฐประหาร คือการเปลี่ยนแปลงอำนาจในหมู่ผู้มีอำนาจ
ไม่เกี่ยวกับประชาชน และไม่เคยก่อประโยชน์กับประชาชนส่วนใหญ่
รัฐประหาร จึงต่างจากการปฏิวัติ
ถ้ามีรัฐประหารอีก จึงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปเชียร์ และไม่ควรมอบดอกไม้ มีแต่ต้องให้ก้อนอิฐ!
วงค์ ตาวัน