คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

ต้องใช้การเมืองแก้ – ปัญหาทางการเมือง ก็ต้องแก้ด้วยการเมือง เช่นเดียวกับกรณีการเคลื่อนไหวของนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งไม่สามารถพูดได้อีกแล้วว่า มีมาแค่หยิบมือ ชุมนุมแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็เลิก ปล่อยไปสักพักคงหมดแรงเลิกกันไปเอง

เพราะการชุมนุมมีอยู่แทบทุกวัน ในทั่วทุกพื้นที่ แผ่ไปทั่วประเทศ

เหนืออื่นใด เป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะที่ชี้ได้ว่า เด็กนักเรียนนักศึกษาคนทำงานวัยหนุ่มสาว ซึ่งมีจำนวนหลายล้านคนเลยทีเดียว

ได้ยกระดับทางความคิดไปในทิศทางเดียวกันนี้

ดังนั้นรัฐบาล กลุ่มอำนาจปัจจุบัน จะเล่นบทหูทวนลม ฝืนกระแสนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ยอมหาทางออกหาทางคลี่คลายใดๆ ใช้กฎหมาย ใช้กลไกอำนาจกำราบไปเรื่อยๆ

ไม่น่าจะเป็นผลดีนัก

นี่คือปัญหาทางการเมือง ต้องแก้ด้วยการเมือง ไม่ใช่จัดการด้วยอำนาจและด้วยมือที่ถือกฎหมาย!

แถมยิ่งจับกุม ยิ่งดำเนินคดี ก็ยิ่งปลุกอารมณ์ของเด็กนักเรียนนักศึกษาให้ร้อนรุ่ม

จะยิ่งเคลื่อนไหวไม่เลิกและยิ่งเพิ่มระดับมากขึ้น

อย่าลืมว่า คนในวัยหนุ่มสาวนั้น มากด้วยพลัง ไม่มีภาระในชีวิตผูกมัดให้พะว้าพะวัง

สู้แบบถึงไหนถึงกันได้แน่

พลังคนหนุ่มสาวที่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงการเมืองเมื่อ 14 ตุลาคม 2516 ก็คือ วัยเรียนในมหาวิทยาลัยในโรงเรียนแบบนี้แหละ!

ส่วนหนึ่ง ก็ได้เห็นความพยายามในการหาทางออก ของคนหลายๆ ส่วน เช่นการผลักดันตั้งคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ โดยนำเอาอดีตนายกฯ หลายๆ คนเข้ามาร่วม

เหมือนจะดูดี เอาคนที่น่าเชื่อถือและปราศจากผลประโยชน์ทางการเมืองในยุคนี้ ก็น่าจะช่วยทำให้เป็นกลาง

แต่จะทันเวลาหรือไม่!?!

เพราะก่อนหน้านี้ รัฐบาลและรัฐสภาโดยส.ส.รัฐบาลและส.ว. ได้สร้างความผิดหวังให้กับนักเรียนนักศึกษาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ตอนพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็เตะถ่วงกันดื้อๆ ขอศึกษาก่อน 1 เดือน

ต่อมาอุตส่าห์เปิดรัฐสภาวิสามัญ ถกปัญหาม็อบ ปรากฏว่ารัฐบาลและลิ่วล้อในสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา ก็มาตั้งป้อมถล่มม็อบ ประกาศปกป้องโลกใบเก่าที่ล้าหลังและไม่ใช่โลกที่เด็กยุคนี้เห็นว่ามีอนาคตมีความหวัง

วันนี้จึงต้องเร่งตัดสินใจใช้การเมืองเข้ามาแก้การเมือง

ต้องตัดสินใจอะไรที่ชัดเจนและแสดงว่าจริงใจสักอย่าง

จึงจะหยุดความร้อนระอุและเริ่มหาทางออกร่วมกันได้!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน