คอลัมน์ ชกไม่มีมุม – เรียกหารัฐประหาร ไม่ถนัดใช้สมอง
วงค์ ตาวัน
คอลัมน์ ชกไม่มีมุม – เรียกหารัฐประหาร ไม่ถนัดใช้สมอง – กลุ่มนักเรียนไทยในยุโรป 13 ประเทศ เพิ่งออกจดหมายเปิดผนึกถึงสหภาพยุโรปหรืออียู เรียกร้องให้จับตาความเคลื่อนไหวของรัฐบาลไทย ในการจัดการปัญหาการชุมนุมประท้วงทางการเมืองในขณะนี้ ซึ่งมีการใช้เจ้าหน้าที่และกฎหมายเป็นเครื่องมือคุกคามนักเคลื่อนไหวทาง การเมือง มีการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม
รวมทั้งเรียกร้องให้ต่อต้านการรัฐประหาร อันเป็นการทำลายประชาธิปไตยและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศชาติ ทั้งในด้านความมั่นคง สังคม การเมืองและเศรษฐกิจ
คงเพราะคนไทยซึ่งไปใช้ชีวิตในประเทศที่เจริญก้าวหน้าทางการเมือง รู้ดีว่าถ้าการเมืองดีมีเสรี เศรษฐกิจจะดีอย่างไร
แต่ในบ้านเราเอง กลับมีกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนรัฐบาล ออกมาเรียกร้องให้ชัตดาวน์ประเทศบ้าง ให้ทหารออกมารัฐประหารบ้าง
จนต้องมีคนออกมาเตือนว่า การออกมาเรียกร้อง โค่นล้มประชาธิปไตยนั้น มีความผิดทางกฎหมายร้ายแรง
ดังเช่น นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความคนดัง ยกข้อกฎหมายออกมาชี้อย่างละเอียด
ย้ำว่านี่เข้าข่าย เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทําความผิดฐานเป็นกบฏ!
รวมทั้งมีหลายๆ ฝ่ายออกมาเตือนสติคนกลุ่มนี้ ว่ากำลังมีการกระทำอันมีโทษร้ายแรงซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่ทั่วสังคมต้องช่วยกันยืนยันว่า การรัฐประหาร ไม่ควรได้รับการยกย่องอีกต่อไป
ผิดทั้งในทางกฎหมาย และในทางสังคม จู่ๆก็ออกมาเรียกร้องให้ทำลายเสรีภาพและอำนาจทางการเมืองในมือคนส่วนใหญ่
เลวร้ายด้วยประการทั้งปวง
คนที่เรียกหาการรัฐประหาร โดยพื้นฐานก็คงเป็นประเภท เจอปัญหาอะไร ไม่เคยใช้สมองคิดแก้ ถนัดแต่จะใช้กำลังอย่างเดียว!!
มิน่าม็อบสนับสนุนรัฐบาล ถึงชอบใช้มือเท้า ไม่ชอบใช้สมองปะทะความคิดกับเด็กๆ เช่น ที่รามคำแหง หรือล่าสุดก็ไปตะคอกเด็กที่คิดต่างกลางเมืองโคราช
รวมทั้งพวกนี้ชอบแสดงออกเวลาไม่พอใจความคิดของอีกฝ่าย เป็นต้องประกาศก้าวร้าวว่าต้องตบ!
เข้าใจว่า คงไม่รู้จะหาแง่มุมอะไรไปถกเถียงกับเด็กรุ่นใหม่ด้วยสติปัญญาด้วยเหตุด้วยผลก็เลยจะใช้กำลังท่าเดียว
อีกทั้งการเรียกหารัฐประหารในวันนี้ ยิ่งตอกย้ำให้ทั้งสังคมตระหนักว่า ปัญหาใหญ่ของบ้านเมืองเราที่ฉุดรั้ง จนถดถอยไปทุกด้าน
มีต้นตอจากการรัฐประหารเมื่อ 2557
หรือย้อนไปก่อนนั้นคือรัฐประหารภาคแรกเมื่อ 19 กันยายน 2549
คนที่เคยไปร่วมม็อบเรียกหารัฐประหารเหล่านั้น ตอนนี้ออกมาขอโทษสังคมกันหลายรายด้วยรู้ซึ้งกันแล้ว!