คอลัมน์ ชกไม่มีมุม
เรายังอยู่ในยุค มนุษย์หินฟลินท์สโตน – ความขัดแย้งจะนำไปสู่คุณภาพใหม่ เป็นทฤษฎีที่เห็นผลจริงมาโดยตลอดในโลกมนุษย์ เพราะถ้าโลกนี้ ไม่มีคนคิดต่าง ลุกขึ้นมาตั้งคำถามใหม่ๆ ขัดกับความเชื่อเดิมๆ แล้วต่อสู้ผลักดันอย่างไม่ท้อถอย
โลกจะพัฒนาก้าวหน้ามาได้อย่างไร
และแน่นอนว่า ในทุกเหตุการณ์ที่มีคนคิดโต้แย้งสิ่งเดิมๆ ก็จะมีคนฝ่ายที่หวาดผวาความเปลี่ยนแปลง ดิ้นรนปกป้องสิ่งเก่าๆ อย่างสุดฤทธิ์
ดิ้นรนทั้งเพื่อรักษาผลประโยชน์ และทั้งด้วยความเชื่องมงาย
ถ้าไม่มีคนกล้าคิดขัดแย้ง และผลักดันให้เปลี่ยนแปลง โลกเราก็คงไม่มีการพัฒนาไปสู่สิ่งใหม่ๆ
จึงเป็นที่มาของบทสรุปที่ว่า ความขัดแย้ง จะนำมาสู่คุณภาพใหม่!
นี่เป็นพัฒนาการของสังคมมนุษย์ที่มีมาตลอดจากยุคถ้ำ ก้าวหน้ามาเรื่อยๆ มาจนถึงยุควิทยาศาสตร์ เป็นยุคดิจิตอลในวันนี้
สังคมไทยเรา มีพัฒนาการมาเป็นลำดับ แต่การดิ้นรนของคนในโลกเก่า ยังคงไม่สิ้นสุด ทำให้การเมืองไทย เดินหน้าไม่กี่ก้าว ก็ถูกฉุดถอยหลังอยู่บ่อยๆ
ราววนเวียนอยู่ในอ่างน้ำ
บ้างก็เรียกว่าอยู่ในวงจรอุบาทว์ เพราะเป็นวงจรที่มุ่งทำลายความก้าวหน้าของสังคมประเทศนี้
โดยมีกระบวนการรัฐประหาร เป็นเครื่องมือสำคัญ ในการปกป้องโลกเก่า
ทั้งที่ข้ออ้างว่านักการเมืองโกงกินนั้น ต้องแก้โดยมือประชาชนในการเลือกตั้ง แล้วจะยิ่งทำให้ประชาชนไทยและการเมืองไทย ยกระดับคุณภาพมากขึ้นไปเรื่อยๆ!
การหยุดนักการเมืองชั่วร้าย ไม่เคยแก้ได้ด้วยการรัฐประหาร เพราะถ้าแก้ได้จริง ยังจะต้องมีรัฐประหารเกิดถี่ยิบในประเทศนี้หรือ
แต่ขณะเดียวกัน ในแต่ละช่วงประวัติศาสตร์ เราก็มีคนรุ่นใหม่ๆ ลุกขึ้นมาเรียกร้องพัฒนาการใหม่ๆ เสมอๆ
เป็นความขัดแย้งกับคนที่ปกป้องโลกเก่า ต่อสู้จนนำไปสู่คุณภาพใหม่ของสังคมไทย เกิดขึ้นไม่เคยขาดสาย
แต่ไม่น่าเชื่อว่า สังคมมาสู่ยุคดิจิตอลแล้ว แต่คนรุ่นใหม่ในบ้านเรา ยังต้องต่อสู้กับกลุ่มคนที่คิดล้าหลังสุดกู่
ไม่มีการต่อสู้ด้วยความคิดเหตุผล ไม่มีความคิดวิทยาศาสตร์ เอาแต่ใส่ร้ายป้ายสี โจมตีทำลายทุกวิถีทาง
คนที่ปกป้องโลกเก่า ไม่ลองคิดทบทวนบ้างหรือ ว่าที่มีวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า มีชีวิตสบายไฮเทค ก็มาจากการต่อสู้ของคนคิดใหม่กับคนงมงายตั้งแต่ยุคอดีต
ถ้าคนคิดก้าวหน้าในสมัยโน้น สู้ไม่สำเร็จ สังคมมนุษย์คงไม่พัฒนาก้าวหน้า
ที่นั่งชูคอเป็นส.ส.รัฐบาล เป็นส.ว.ขวาจัดในทุกวันนี้
ไม่ต้องใช้ชีวิตใส่เสื้อผ้า เหมือนมนุษย์หินฟลินท์ สโตนกันหรือ!?