คอลัมน์ ชกไม่มีมุม
เมื่อรัฐบาลไม่แก้ ไม่เปิดประตูทางออก – การแก้รัฐธรรมนูญฉบับดีไซน์มาเพื่อพวกเราหรือเพื่อคนกลุ่มเดียวนั้น อันที่จริงการเร่งแก้ไข จะเป็นกุญแจดอกสำคัญดอกหนึ่ง ในการไขบานประตูเปิดทางออกให้กับปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี จะคลี่คลายความร้อนแรงได้อย่างมากโข
แต่เมื่อมีการเตะถ่วงอย่างโจ่งแจ้ง ในการประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อปลายเดือนกันยายน หลังจากอภิปรายกันอย่างทะลุปรุโปร่งมาถึง 2 วัน พอถึงขั้นลงมติ กลับเสนอให้ตั้งกรรมาธิการศึกษาก่อนอีก 1 เดือน
แบบนี้นอกจากไม่ช่วยกันเปิดประตูทางออกแล้ว ยังเติมฟืนใส่กองไฟให้ร้อนแรงควันลอยโขมงเพิ่มขึ้น
มาล่าสุด เมื่อจะนำกลับมาพิจารณาใหม่ในที่ประชุมร่วมรัฐสภา กลางเดือนพฤศจิกายนนี้
ก็ยังอุตส่าห์ยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้อีก โดยฝีมือของส.ส.พรรคพลังประชารัฐกลุ่มหนึ่งกับส.ว.อีกส่วนหนึ่ง
ไม่เรียกว่าเป็นการยื้อการถ่วงก็ได้ เพราะมีคำที่ชัดเจนกว่านี้อีก!!
ปัญหาในบ้านเมืองเราหลายสิบปีมาแล้ว ก็เป็นเช่นนี้มาตลอด
ไม่ว่า 14 ตุลาคม 2516 ไม่ว่าพฤษภาคม 2535 ไม่ว่าพฤษภาคม 2553
ลงเอยต้องแตกหักนองเลือด
ก็เพราะฝ่ายผู้มีอำนาจไม่เคยยอมถอย หวงแหนอำนาจไม่ยอมคาย โดยไม่สนใจว่าจะนำไปสู่อะไรที่ร้ายแรง
อย่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เห็นชัดด้วยประการทั้งปวง ว่าสมควรต้องแก้ไข
เพราะเขียนอย่างเอารัดเอาเปรียบคนอื่นมากมาย เกินไป!
ตอนเขียนเสร็จ ในขั้นตอนจัดทำประชามติ ก็เอารัดเอาเปรียบอีก คือ ไม่ยอมให้ฝ่ายคัดค้านได้นำเสนอข้อมูลให้ประชาชนวงกว้างรับทราบ โดนจับโดนดำเนินคดีกราวรูด
แล้วหัวข้อสำคัญ ก็เขียนกำกวมไม่ตรงไปตรงมา ควรตั้งคำถามให้ประชาชนอ่านง่ายๆ ว่า เห็นชอบหรือไม่ หากจะให้ส.ว.ชุดแรกที่มีวาระ 5 ปี ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย
กลับเขียนว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ ใน 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรก ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบผู้สมควรแต่งตั้งเป็นนายกฯ
จึงต้องบอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีปัญหาความชอบธรรมตั้งแต่เริ่ม!
จนระเบิดออกเป็นการประท้วงของเยาวชนนักเรียนนักศึกษาในวันนี้ และข้อเรียกร้องสำคัญข้อหนึ่งคือการแก้รัฐธรรมนูญ ที่เห็นกันอยู่แล้วว่าสร้างความเหลื่อมล้ำเกินไป
เมื่อฝ่ายการเมืองไม่ยอมถอย ไม่ยอมใช้การเมืองแก้การเมือง ก็โยนภาระมาให้ฝ่ายอื่นๆ ต้องรับสถานการณ์อันร้อนแรงแทน
ตำรวจทั้งประเทศแทบไม่ต้องไปจับโจรผู้ร้ายกันแล้ว
ระดมกันมาเพื่อสถานการณ์ม็อบ ต้องเผชิญหน้ากับเยาวชนคนรุ่นใหม่แทนรัฐบาล
เพราะรัฐบาล ส.ส.รัฐบาล ส.ว.ไม่ยอมเปิดประตูทางออก!!