ตัวตนความคิดน่าตกใจของนักการข่าวรัฐ : ชกไม่มีมุม
ในช่วงเวลาที่รัฐบาลต้องเผชิญกับสถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียด มีการชุมนุมประท้วงแผ่กว้างไปทั่ว ในห้วงวิกฤตแบบนี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างมากสำหรับการตัดสินใจของผู้มีอำนาจในการแก้ไขปัญหา จะเดินหน้าหรือถอยหลัง
ล้วนมีผลต่อชะตากรรมของรัฐบาลเอง และต่อชีวิตเลือดเนื้อไปจนถึงอิสรภาพของนักเรียนนักศึกษาประชาชนฝ่ายต่อต้านรัฐ
ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่ง ที่มีส่วนกำหนดการตัดสินใจของรัฐบาล ก็คือ รายงานข่าวกรอง ซึ่งต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ตรงไปตรงมามากที่สุด
แต่ในสถานการณ์นี้เช่นกัน เราได้เห็นอดีตข้าราชการระดับสูงของหน่วยงานด้านนี้
ทั้งสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติหรือ ศรภ.
เหล่าข้าราชการใหญ่ในหน่วยงานดังกล่าว แห่กันออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างเมามัน
พร้อมกับสร้างความตกตะลึงให้สังคมว่า คนที่เคยอยู่หน่วยงานสำคัญด้านการข่าวและควาใมั่นคง เต็มไปด้วยความคิดสุดโต่งแบบนี้หรือ!?
แล้วการข่าวการประเมินสถานการณ์ความมั่นคงที่ผ่านๆมา หรือว่าอาจจะหมายถึงในยุคปัจจุบันนี้ด้วยก็ได้
จะน่าห่วงขนาดไหน
ไม่แต่งแต้มเติมสี จนฝ่ายประชาชนที่ต่อต้านรัฐบาลกลายเป็นอะไรต่อมิอะไร ไปไกลจากความจริงมากมายหรือเปล่า
อาจจะมากทั้งอคติและมากทั้งการเอาอกเอาใจผู้นำรัฐบาล
ทั้งการสรุปข้อมูลจำนวนประชาชนที่ออกมาชุมนุมต่อต้าน ทั้งรายละเอียดข้อเรียกร้องต่อสู้
จะตรงตามความจริงเพียงใด!?!
ที่บรรดาอดีตคนใหญ่คนโตในหน่วยข่าว หน่วยความมั่นคง เปิดเผยตัวตนและความคิดในวันนี้
เห็นได้ชัดว่า ตัวตนของแต่ละราย ขาดความเป็น กลาง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการจัดทำรายงานข่าวกรองและข้อเสนอแนะ
ถ้าจิตใจไม่หนักแน่นไม่เป็นกลาง แล้วรายงานข่าวกรองจะตรงไปตรงมาหรือไม่!?
อีกประการแสดงถึงความล้าหลัง ไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและสังคมโลก
กว่าที่เด็กรุ่นใหม่นักเรียนนักศึกษาจะลุกขึ้นมาใน วันนี้ เชื่อได้เลยว่าหน่วยข่าวกรอง หน่วยความมั่นคงทั้งหลาย
ไม่เคยเรียนรู้ศึกษาอย่างเท่าทัน
ทั้งที่กระแสการตื่นตัวของเด็กรุ่นใหม่ปรากฏอยู่อย่างกว้างขวางในสื่อโซเชี่ยลยาวนานหลายปีมาแล้ว
รู้ไม่ทัน คิดไม่ทัน และถ้ายิ่งรายงานอย่างผิดๆ ก็จะพารัฐบาลเข้ารกเข้าพงจนกู่ไม่กลับ!
วงค์ ตาวัน